ภาคธุรกิจเอกชนจัดงานอาชีวะ เอ็กซ์โป 2012

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนชั้นนำระดับประเทศ ในการจัดงาน “อาชีวะ เอ็กซ์โป 2012” ภายใต้แนวคิด “คนพันธุ์อา ต้นกล้าอุตสาหกรรม” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการของอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ ทั้งด้านเคมี ก่อสร้าง, เครื่องกล, เครื่องยนต์ และไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านกิจกรรมการจัดนิทรรศการ และการสัมมนา เพื่อต่อยอดถึงการพัฒนา วิจัย รวมถึงผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ให้กับเยาวชนกลุ่มเป้าหมายจากสถาบันอาชีวศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 25,000 ราย การแถลงข่าวครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสมบัติ แสงสว่างสัจกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมชั้นนำ ได้แก่ คุณธีรัตถ์ อุทยานัง กรรมการผู้จัดการบริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) จำกัด (ท่อตราช้าง), คุณปรีดา วัชรเธียรสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอ็ม เอ็ม เอ จำกัด (ในเครือ SCG Chemical) และคุณสมพงษ์ นครศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความร่วมมือในการให้ความรู้ด้านอุตสาหกรรม เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในการพัฒนาและสร้างสรรค์ความรู้ในสายอาชีพให้กับเยาวชนในกลุ่มอาชีวศึกษาในครั้งนี้ด้วย การแถลงข่าวการจัดกิจกรรมโครงการ R Chee Wa Expo 2012 จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2555 ระหว่างเวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้องอโนมา 1 ชั้น 3 โรงแรมอโนมากรุงเทพ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

ผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมจากอุทกภัยในเขตจังหวัดภาคใต้

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมจากอุทกภัยในเขตจังหวัดภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1-4 ม.ค.55 มีโรงงานอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา นครศรีธรรมราช ชุมพร สุราษฎร์ธานี และพัทลุง โดยมีโรงงานได้รับความเสียหาย จำนวน 63 แห่ง และรัฐวิสาหกิจชุมชน จำนวน 14 กลุ่ม โรงงานส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายเล็กน้อย และโรงงานบางส่วนต้องหยุดการผลิต เนื่องจากไม่มีวัตถุดิบ สำหรับโรงงานที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด ได้แก่ บริษัท เซฟสกิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว และจะให้ความช่วยเหลือจนกว่าจะฟื้นฟูกิจการได้ อย่างไรก็ดี สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ขณะนี้พื้นที่ 7 จังหวัดกลับสู่สถานการณ์ปกติแล้ว คงเหลือเพียง จ.นครศรีธรรมราช ที่ยังได้รับผลกระทบโดยมีน้ำท่วมขังอยู่อีก 4 อำเภอ โดยคาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติภายใน 2-3 วัน สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ครัวเรือนละ 5,000 บาทนั้น จากการสำรวจข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ทั้ง 30 เขตจากทั้งหมด 50 เขต พบว่ามีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดกว่า 620,000 ครัวเรือน คิดเป็นงบประมาณที่ต้องใช้กว่า 3,100 ล้านบาท โดยล่าสุด ได้มีการนำเงินช่วยเหลือจ่ายผ่านธนาคารออมสินแล้ว 262,000 ครัวเรือน คิดเป็นจำนวนเงิน 1,300 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินจ่ายเงินไปแล้วกว่า 1 แสนครัวเรือน ส่วนพื้นที่ในต่างจังหวัดอีก 62 จังหวัดนั้น มีผู้ประสบภัยรวมอีกกว่า 2.28 ล้านครัวเรือน คิดเป็นงบประมาณที่ต้องจ่ายกว่า 11,000 ล้านบาท มีการสำรวจความเสียหายแล้ว 1.51 ล้านครัวเรือน คิดเป็นงบประมาณที่ต้องจ่ายราว 7,500 บาท ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดในการตรวจสอบความถูกต้องในส่วนที่เหลือต่อไป

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

AFIC พัฒนาอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ASEAN Furniture Industries Council (AFIC) เป็นองค์กรที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคอาเซียนในปี 2521 โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในกลุ่มประเทศอาเซียน AFIC มีหน้าที่หลักในการวางนโยบายสำหรับโครงการต่างๆทีได้รับการรับรองจาก AFIC รวมทั้ง เสนอแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคอาเซียน ปัจจุบัน AFIC ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนิเซีย มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และ เวียดนาม โดยประเทศสมาชิกจะจัดการประชุม AFIC Working Committee Meeting ปีละ 2 ครั้ง และ AFIC Conference ปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการวางนโยบายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆขององค์กร โดยหนึ่งในจุดประสงค์หลักของการประชุม AFIC Working Committee Meeting ครั้งที่ 23 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศไทย ได้แก่ การวางแนวทางในการเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในภูมิภาคอาเซียนเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจแห่งอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) ในปี 2558 จากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกา และ ทวีปยุโรป ซึ่งเป็นตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์หลักของอาเซียน ประกอบกับการเปิดการค้าเสรีในภูมิภาคอาเซียน ประเทศสมาชิกได้มีมติตรงกันว่าในอนาคต ตลาดส่งออกหลักของเฟอร์นิเจอร์ในอาเซียนจะเป็นการส่งออกระหว่างประเทศสมาชิกในภูมิภาค และในเอเชียสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทย (Thai Furniture Industry Club – TFIC) ได้มีการกำหนดนโยบายเพื่อตอบรับกับการก่อตั้งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้าไว้ 2 นโยบายหลัก กล่าวคือการจัดทำ Road Map สำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทยเพื่อเป็นแนวทางในอนาคต และการจัดทำ Furniture Cluster เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันโดยการสร้างฐานข้อมูลของสมาชิกในกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้เกิดโครงข่ายระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และ แหล่งวัตถุดิบ ในอนาคตเมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ก่อตั้งขึ้น จะทำให้เกิดความร่วมมือภายในประเทศสมาชิกทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงข้อมูลต่างๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์อาเซียนในเวทีภูมิภาคและเวทีโลก

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

นักลงทุนญี่ปุ่นเลือกสวนอุตสาหกรรม จังหวัดปราจีนบุรีเป็นที่ตั้งโรงงาน

นักลงทุนญี่ปุ่น 8 ราย ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในเมืองไทย ได้เลือกสวนอุตสาหกรรม จังหวัดปราจีนบุรี เป็นที่ตั้งโรงงาน มีการลงนามสัญญาซื้อขายที่ดิน รวมพื้นที่ 285 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวม 5,000 ล้านบาท นายวัชเรนทร์ นิสากรเสน ประธานกรรมการบริษัท 304 อินดัสเตรียล พาร์ค เปิดเผยว่าขณะนี้ญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนทำการลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินในสวนอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 8 ราย รวมพื้นที่ 285 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวม 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงาน 1 หมื่นคน โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนในอุตสาหกรรมโลหะและเครื่องจักรกล ชิ้นส่วนยานยนต์ ปัจจุบันสวนอุตสาหกรรม 304 มีพื้นที่ทั้งหมด 1.7 หมื่นไร่ ขายได้ไปแล้ว 5,774 ไร่ แบ่งเป็นเป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วน 30% โลหะ เครื่องจักร 25% และอิเล็กทรอนิกส์ 16% ผู้ที่เข้ามาลงทุนเป็นนักลงทุนญี่ปุ่น 47% ไต้หวัน จีนและฮ่องกงรวม 31% แม้ไทยจะเจอปัญหาน้ำท่วม แต่พบว่ายังมีหลายบริษัทที่ยังมีการขยายการลงทุนเพิ่มเติม และมีทั้งนักลงทุนรายเก่าและใหม่เข้ามาซื้อที่ดิน พื้นที่ของนิคมฯ 304 ได้รับความเชื่อมั่น เพราะเป็นจุดที่ปลอดภัยจากเส้นทางน้ำ และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 20 เมตร ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนหลายรายทั้งเก่าและใหม่ต้องการจะย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม มาลงทุนในภาคตะวันออกมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มการลงทุนในภาคตะวันออกก็จะมีมากขึ้นหลังจากนี้ เคนจิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการบริษัทสยามทากะ พรีซีชั่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อผลิตเบรก เผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทเช่าโรงงานอยู่ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มผลิตได้ในเดือนต.ค.2554 ลงทุนไป 36 ล้านบาท แต่มาเจอปัญหาน้ำท่วมทำให้เสียหายทั้งหมด จึงได้ตัดสินใจซื้อที่ดินสวน 304 จังหวัดปราจีนบุรี สร้างโรงงานของตัวเอง เพื่อผลิตสินค้าส่งให้ลูกค้าในเมืองไทย โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในเดือนต.ค.2555 ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมหลากหลาย เช่น ปิโตรเคมี ยานยนต์ ชิ้นส่วน เหล็กขั้นปลาย ทำให้เป็นที่น่าสนใจจะเข้าไปลงทุน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

สหภาพพม่าประเทศเปิดใหม่ดึงดูดนักลงทุนเป็นอย่างดี

ในขณะที่บริษัทจะเป็นผู้จัดการหาเทคโนโลยี รวมทั้งประสานงานกับรัฐบาลของสหภาพพม่า สำหรับจุดแข็งของโครงการดังกล่าวนั้น เนื่องจากสหภาพพม่าเป็นประเทศเปิดใหม่ ที่มีนโยบายเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศให้เข้าไปลงทุนตั้งแต่ต้นปี 2554 ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดใหญ่อย่างท่าเรือน้ำลึกที่ทวาย และโครงการขนาดใหญ่อีกหลายโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่จะสร้างความมั่นใจและดึงดูดนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการลงทุนด้านพลังงานทดแทนมีโอกาสเติบโตอีกมาก ที่รัฐบาลสหภาพพม่าต้องการดึงนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อป้อนให้กับการพัฒนาต่างๆ ที่จะตามมา ซึ่งที่ผ่านมาได้มีนักลงทุนได้เข้าไปพัฒนาโครงการกังหันลมขนาดใหญ่นอกชายฝั่ง ประกอบกับสหภาพพม่ามีพื้นที่สำหรับการเกษตรกรรมมากเพียงพอที่จะใช้ผลิตพลังงานทดแทน เช่น ชีวมวล ก๊าซชีวภาพหรือการปลูกพืชน้ำมันอย่างสบู่ดำหรือสาหร่าย อีกทั้งด้วยจำนวนประชากรที่ค่อนข้างมาก และอยู่รวมกันในเมืองใหญ่ๆ ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การนำขยะมาแปลงเป็นเชื้อเพลิง จึงเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหา และตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการรองรับการเปิดประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 อีกด้วย

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

การผลิตไฟฟ้าถือหุ้นโดยรัฐบาลสหภาพพม่า

การเข้าไปลงทุนในสหภาพพม่าครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่ากรุงย่างกุ้งมีปริมาณขยะจำนวนมากประมาณ 1,200 ตันต่อวัน และมีบ่อฝังกลบเก่าที่สามารถนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงคุณภาพดีได้ นอกจากนี้วัสดุเศษเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร ยังเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ที่นำมาร่วมผลิตไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 20 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับกรุงย่างกุ้งที่ปัจจุบันมีความต้องการใช้อยู่ประมาณ 700 เมกะวัตต์ ซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นทุกปี โครงการดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีจากบริษัท BMH Technology Oy ประเทศฟินแลนด์ที่ใช้ได้ผลดีในประเทศไทยในการแปลงขยะเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า แทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือถ่านหินที่เน้นลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งการใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงดังกล่าว จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงกว่า 3-5 เท่า ทำให้โครงการสามารถได้รับคาร์บอนเครดิตที่จะขายสร้างรายได้ในอนาคตได้ด้วย นายพิชัยกล่าวอีกว่าอย่างไรก็ตาม เนื่องจากการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะดังกล่าวต้องใช้เม็ดเงินในการลงทุนที่สูงมาก ดังนั้นโครงการนี้จึงได้เปิดกว้างกับนักลงทุนที่สนใจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกองทุนระหว่างประเทศ เข้ามาร่วมถือหุ้นได้ โดยจะมีบริษัทราชาอีควิปเมนท์ ร่วมถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 20% ร่วมกับนักลงทุนอื่นๆ รวมกันไม่ต่ำกว่า 80% และส่วนหนึ่งจะถือหุ้นโดยรัฐบาลสหภาพพม่า

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

มิตซูบิชิปรับเปลี่ยนไลน์ผลิตแลนเซอร์ อีเอ็กซ์

นอกจากแผนงานด้านผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว ในส่วนของการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย ที่ปัจจุบันมี155 แห่งก็เตรียมขยายไปสู่เป้าหมายที่วางไว้จำนวน 200 แห่งทั่วประเทศในปีหน้า ขณะที่เครือข่ายรถมือสองหรือไดมอนด์ ยูสด์ คาร์ ที่มีแผนงานให้ตัวแทนจำหน่ายแต่ละแห่งเตรียมความพร้อมนั้น ปัจจุบันเปิดให้บริการเกือบ 20 แห่งและในปี 2555 จะขยายให้ครบ 50 แห่ง ด้านภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2555 นั้นคาดว่าจะเติบโต 5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับจีดีพี หรืออัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ อย่างไรก็ตามมีปัจจัยลบที่ต้องระมัดระวังคือภาพรวมเศรษฐกิจจากฝั่งยุโรป,จีนและสหรัฐอเมริกา ขณะที่ผลการดำเนินงานของมิตซูบิชิในปี 2554 นั้นคาดว่าจะสามารถทำยอดขายได้ 66,000 คัน ส่วนตลาดรวมคาดว่าตัวเลขยอดขายจะอยู่ที่ 800,000 คัน ตอนนี้รถปิกอัพของมิตซูบิชิมีแบ็กออร์เดอร์ 2 เดือน ขณะที่รถเก๋ง มีรถพร้อมส่งมอบ โดยในรุ่นแลนเซอร์ ซีเอ็นจี จะทำการผลิตจนถึงสิ้นปี 55 และจะปรับเปลี่ยนไลน์เพื่อไปผลิตแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ต่อไป ซึ่งแนวทางของรถพลังงานทางเลือกซีเอ็นจีของมิตซูบิชินั้นเรายังคงทำต่อไป แม้ว่านโยบายรัฐบาลจะมีการปรับขึ้นราคาของเอ็นจีวีขึ้นมาอีก 6 บาท ซึ่งเป็นการทยอยปรับขึ้นในอัตรา 50 สตางค์ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม-ธันวาคม 2555 นั้นเรามองว่าสูงมาก

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

มิตซูบิชิเตรียมแผนปี 55 ตั้งเป้ากวาดยอด 2.5 พันคันต่อเดือน

มิตซูบิชิเตรียมแผนปี 55 ประเดิมไตรมาสแรกเปิดตัวมิราจ ตั้งเป้ากวาดยอด 2.5 พันคันต่อเดือน พร้อมเดินหน้าขยายดีลเลอร์ครบ 200 แห่งทั่วประเทศ และเปิดไดมอนด์ ยูสด์ คาร์ ครบ 50 แห่ง มั่นใจสิ้นปี 55 ยอดรวมเฉียด 1 แสนคัน นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าแผนงานในปี 2555 จะเน้นการทำตลาดของทั้งรถเก๋งและรถปิกอัพ โดยเฉพาะในกลุ่มรถเก๋งที่จะมีการเปิดตัวรถยนต์ในโครงการ โกลบอล สมอลล์ คาร์ ในรุ่น มิราจ คาดว่าจะทำการเปิดตัวได้ตามแผนงานที่วางไว้คือมี.ค. 2555 และบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายรถในรุ่นนี้จำนวน 2,000 – 2,500 คันต่อเดือน ขณะที่เป้าหมายยอดขายของรถรุ่นอื่นๆ ในปี 2555 คาดว่ากลุ่มรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ ที่มีไทรทันและปาเจโร สปอร์ต จะมียอดขายต่อเดือน 6,000 – 7,000 คันต่อเดือน ส่วนแลนเซอร์ จะมียอดขาย 300-400 คันต่อเดือน และเมื่อรวมกับยอดขายของมิราจอีก 2,000-2,500 คันต่อเดือน จะทำให้ยอดขายต่อเดือนของมิตซูบิชิอยู่ที่ประมาณ 9,500 -10,000 คันต่อเดือน แม้ว่าเราจะไม่มีรถในกลุ่มเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรออกมาขาย แต่ก็คาดว่ามิราจซึ่งเป็นรถยนต์ในโครงการโกลบอล สมอลล์ คาร์ ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรจะเข้ามารองรับตลาดตรงนี้ได้ ส่วนตลาดรถปิกอัพในปีหน้านั้น แม้ว่าเราจะยังไม่มีโมเดลใหม่ แต่ด้วยความที่ตลาดนี้เป็นตลาดใหญ่ ทำให้ต้องมีการทำตลาดกันอย่างหนักไม่แพ้กัน ซึ่งเราตั้งความหวังว่าในปีหน้าเราจะมียอดขายขั้นต่ำที่ 90,000 คัน หรืออาจจะถึง 100,000 คัน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

ยามาฮ่าเตรียมรีแบรนด์เฟส 3 พร้อมเปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่น

ปีหน้ายามาฮ่าเตรียมรีแบรนด์เฟส 3 พร้อมเปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่น หวังเพิ่มแชร์จาก 23 % เป็น 30 % ชี้น้ำท่วมทำกำลังการผลิตวูบ 6 หมื่นคัน แต่ภาพรวมทั้งปียังดี คาดโกยรายได้ 3 หมื่นล้านบาท นายประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในปี 2555 เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง หลังประสบความสำเร็จจากการรีแบรนด์เฟส 1 และ 2 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 5-6 รุ่น  เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของยามาฮ่าเป็น 28-30% จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่ง 23% ทั้งนี้ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย  460,000  คัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เล็กน้อยซึ่งเดิมตั้งเป้าที่จะมียอดขาย 520,000 คัน  เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนหยุดผลิต 40-50 แห่ง ส่งผลต่อกำลังการผลิตยามาฮ่าหายไป 60,000 คัน  หรือคิดเป็นรายได้ 240 ล้านบาท จากเป้าหมายรวม 30,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามด้านการผลิตสามารถกลับมาดำเนินการได้ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ขณะที่ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทย เบื้องต้นคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

นโยบายรถคันแรกช่วยกระตุ้นให้ตลาดคึกคัก

ในส่วนของรถพลังงานทางเลือกหรือเกี่ยวกับนโยบายรถคันแรกของรัฐนั้น ควรจะลดภาษีสรรพสามิตมากกว่า ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมในระยะยาว ขณะที่นโยบายรถคันแรกของรัฐบาลนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกระตุ้นให้ตลาดคึกคัก แต่ว่าเป็นนโยบายระยะสั้นที่มีผลแค่สิ้นปีหน้าเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลก็ต้องมีความชัดเจน  โดยเฉพาะการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี 6 บาท ส่วนรถยนต์ที่สามารถรองรับอี 85 ซึ่งมิตซูบิชิทำตลาดในรุ่นแลนเซอร์ อีเอ็กซ์ 1.8 ลิตรนั้นมิตซูบิชิยืนยันว่าจะทำตลาดอย่างต่อเนื่องไป นโยบายรถคันแรกก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ แต่ทว่ามันเกิดปัญหาน้ำท่วมขึ้นมาและผู้ผลิตชิ้นส่วนรวมไปถึงผู้ผลิตรถยนต์ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถประกอบรถยนต์ได้ และไม่สามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ทำให้เกิดภาวะรถขาดตลาด  ซึ่งตรงนี้เองยังแยกไม่ออกว่าผลจากนโยบายรถคันแรกนั้นสามารถกระตุ้นยอดขายรถได้มากน้อยเพียงใด คาดว่าจะสามารถประเมินได้ในช่วงเดือนเม.ย.ปีหน้า

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS