You are here: Home >Archive for November, 2011

นิคมฯไฮเทคเปิดงานคืนสู่ภาคการผลิตเพื่อประกาศความพร้อมแล้ววันนี้

นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า หรือนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อำเภอบางปะอิน จังหวัดอยุธยา จัดงานคืนสู่การผลิตภาคอุตสาหกรรม หรือ RESTART TO OPERATION หลังจากนิคมถูกน้ำท่วม เพื่อประกาศว่าในตอนนี้นิคมฯไฮเทคมีความพร้อมของการกลับมาผลิตของโรงงานต่างๆ ในนิคม ซึ่งมีทั้งหมด 143 โรงงาน ซึ่งในตอนนี้มีโรงงานที่เริ่มทำการผลิตแล้วประมาณ 90 แห่ง ทางด้านผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กล่าวว่า การจัดงานวันนี้แสดงความเชื่อมั่นต่อทุกฝ่ายในการกลับคืนมาผลิต  หลังเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ซึ่งจากปัญหาน้ำท่วมคาดว่าจะมีโรงงานย้ายไปประเทศอื่นประมาณร้อยละ 3 ของโรงงานทั้งหมด ซึ่งถือเป็นอัตราต่ำ นอกจากย้ายฐานจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว  ยังต้องการย้ายไปสู่ประเทศที่มีการจ้างงานอัตราต่ำกว่า  ส่วนการป้องกันน้ำท่วมในอนาคตทางนิคมฯ วางแผนลงทุนเพิ่มในการสร้างคันเขื่อนถาวร สูงเป็น 5.40 เมตร จากระดับน้ำทะเลยาว 11 กิโลเมตร เงินลงทุนกว่า 200 ล้านบาท จะมีการกู้เงินจากเงินทุนของภาครัฐ 15,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษร้อยละ 0.01 ระยะเวลา 7 ปี อย่างไรก็ตาม การกู้ยืมทั้งหมดต้องใช้ระยะเวลา 15 ปี ซึ่งได้รับแจ้งจากภาครัฐว่าที่เหลืออีก 8 ปี ทางภาครัฐจะไม่ผ่อนปรนดอกเบี้ยพิเศษให้อีก [...]

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

ธนาคารโลกคาดไทยต้องใช้งบในการฟื้นฟูประเทศ 756,000 ล้านบาท

น้ำท่วมหนักในประเทศไทยครั้งนี้เราจะเห็นได้ว่าสร้างความเสียหายเป็นบริเวณ เนื่องจากเข้าท่วมถึง 26 จังหวัด ซึ่งทางนักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจ และศึกษาผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยจะต้องใช้งบในการฟื้นฟูจำนวนมาก โดยในภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้รับความเสียหายแล้วกว่า 1.357 ล้านๆบาท ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเกิดความเสียหายมากที่สุดซึ่งสูงถึง 1 ล้านๆล้านบาท นับว่าร้างความเสียหายมากเลยทีเดียว ซึ่งไม่ได้ก่อผลกระทบแค่ในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากว่าโรงงานต่างๆที่ถูกน้ำเข้าท่วมส่วนใหญ่ในประเทศไทยที่อยู่ในนิคมต่างๆ เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงทำให้โรงงานในประเทศต่างๆไม่สามารถที่จะผลิตสินค้าจำหน่ายได้ เนื่องจากขาดวัตถุดิบในการประกอบชิ้นส่วน ความเสียหายจำน้ำท่วมในครั้งนี้จะทำให้เราได้รู้ว่า รัฐบาลมีประสิทธิภาพมากเท่าไดในการแก้ไขปัญหา แต่เชื่อว่าด้วยประสิทธิภาพที่มี จะต้องนำประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอนครับ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

ฟอร์บส์ยกเจ้าสัว ธนินท์ นักธุรกิจแห่งปี 2554

คงเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า การที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม ซีพี สามารถก้าวสู่การเป็นบริษัทอาหารชั้นนำระดับโลกได้นั้นเป็นเพราะ ธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่ง ซีพี มีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับภาคชนบท และกำลังสร้างเมกกะฟาร์มในประเทศจีน นอกจากความร่ำรวยแล้ว เจ้าสัวธนินท์ ยังเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนในเวลาเดียวกัน แล้วยังเป็นผู้นำที่ก้าวสู่การเป็นที่สุดในโลก คือ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้ผลิตกุ้ง ผู้ผลิตสัตว์ปีก นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทที่ทำเกษตรแบบทันสมัย รวมทั้งธุรกิจค้าปลีกและโทรคมนาคม ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้เจ้าสัวธนินท์ กลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศไทย ดังที่ ฟอร์บส์ เอเชีย ได้จัดอันดับความร่ำรวยด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เราจะเห็นได้ว่าในการที่จะทำให้ธุรกิจ ละกิจการต่างๆรุ่งเรืองได้นั้น เราไม่ควรจะมองแต่ผลประโยชน์ของบริษัทเราเพียงอย่างเดียว เราต้องมองถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆด้วยว่าเราจะทำประโยชน์อะไรให้แก่พวกเขาได้บ้าง ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาธุรกิจของเราในอนาคต หากคุณสังเกตดีๆคุณจะเห็นได้ว่าไม่ว่าธุรกิจอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะไปเปิดธุรกิจที่ไหนย่านนั้นก็จะถูกพัฒนา และเจริญไปด้วยเช่นกัน ชีวิตความเป็นอยู่ของคนแถวนั้นก็ดีขึ้น เพราะการเข้าช่วยเหลือ และการพัฒนาของธุรกิจที่ไปเปิดในย่านนั้น

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

น้ำท่วมไทยสร้างความเสียหายไปทั่วทุกประเทศ

จากข่าวต่างๆที่ออกมาเราจะเห็นได้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายไปทั่วโลก ไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะในประเทศไทยเพียงเท่านั้น เพราะฐานการผลิตชิ้นส่วนต่างๆที่ใช้ทั่วโลก ส่วนมากนำเข้าจากประเทศไทยทั้งนั้น น้ำท่วมในครั้งนี้ทำให้หลายๆโรงงานต้องปลดพนักงานออกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากว่าประสบปัญหาขาดทุน นอกจากนี้นักลงทุนหลายๆคนยังคิดที่จะย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่นๆอีกด้วย หากทางรัฐบาลไม่รีบหานโยบายในการช่วยเหลือ และเยียวยาหลังน้ำลดให้ดี เชื่อว่าจะต้องมีหลายโรงงานย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศต่างๆแน่นอน เพราะประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นมีค่าแรงที่ถูกเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับแผนการแก้ปัญหาน้ำท่วมในอนาคตด้วยว่าจะออกมาดีเพียงได แต่เชื่อว่าด้วยประสิทธิภาพของทางรัฐบาลที่มี จะต้องผ่านพ้นปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรที่จะให้ความสำคัญเพียงภาคอุตสาหกรรมอย่างเดียว ควรให้ความสำคัญกับประชาชนที่บ้านโดนน้ำท่วมด้วย เพราะจากที่มีนโยบายออกมาเพียงแค่นี้คงไม่พออย่างแน่นอน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

น้ำท่วมสร้างความเสียหายอย่างหนักใน 7 นิคมฯ

น้ำท่วมในครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากสำหรับ 7 นิคมฯ ที่โดนน้ำเข้าท่วม ถึงแม้ทางรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้วก็ตาม มีเพียงนิคมเดียวที่รอดพ้นภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ไปได้ อย่างไรก็ตามจากการที่โรงงานในนิคมฯทั้ง 7 ที่ถูกน้ำเข้าท่วมต้องปิดตัวลง จึงทำให้มีคนตกงานหลายแสนคน ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องโดนปลดหรือเปล่า ได้แต่เฝ้ารอรายระเอียดต่างๆจากทางโรงงานว่าจะออกมาบอกอะไรบ้าง นอกจากนี้บ้านของพนักงานหลายๆคนยังโดนน้ำเข้าท่วมอีกด้วย ซึ่งทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ทั้งๆที่ไม่มีเงินเข้าเลยในเดือนนี้ หลายๆคนอาจจะถึงขั้นตกงาน การที่ทางรัฐบาลออกนโยบายแจกเงินเพียงไม่กี่พันออกมา เชื่อว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน การที่น้ำเข้าท่วมนั้นไม่ใช่เพียงแค่บ้านเรือนเท่านั้นที่เสียหาย ข้าวของต่างๆที่อยู่ในบ้านก็ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ซึ่งหลายๆอย่างโดนน้ำเข้าแล้วซ่อมไม่ได้เลย ต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเงินไม่กี่พันซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชิ้นก็หมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นทางรัฐบาลควรจะมีนโยบายที่ดีกว่านี้ออกมา สำหรับการเยียวยาผู้ลงทุนต่างๆหากสามารถยืดการชำระเงินออกไปได้อีกจะเป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างมาก เราคงต้องรอดูกันต่อไปครับว่าทางรัฐบาลจะมีนโยบายอะไรออกมาช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมหรือไม่

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครมั่นใจ 5 ธ.ค.นี้ น้ำแห้ง

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครก็นับว่าเป็นนิคมฯอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ค่อนข้างรุนแรงพอๆกับที่อื่นๆ ซึ่งทางรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมากล่าวถึงการกู้นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครว่าจะสามารถเริ่มสูบได้ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. และเสร็จสิ้นภายในวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งกำหนดเดิมนั้นจะเริ่มสูบได้วันที่ 15 และเสร็จสิ้นวันที่ 22 ธ.ค. เนื่องจากสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลจากการเจาะทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของนิคมฯ นับว่าเป็นข่าวที่ดีเป็นอย่างมากสำหรับพนักงานของโรงงานต่างๆที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เพราะต้องตกงานมาหลายวันเลยทีเดียว แต่กว่าจะฟื้นฟูเสร็จ และพร้อมที่จะเริ่มเดินสายการผลิต ก็คงต้องรออีกหลายวันหน่อย อย่างไรก็ตามหลังจากน้ำแห้งลง ไม่ว่าจะเป้นใครก็ต้องมองหาการเยียวยาจากทางรัฐบาล ซึ่งจะมีนโยไหนออกมาเพิ่มบ้างนั้นเราก็คงต้องรอกันต่อไป เพราะจากนโยบายที่มีอยู่คงไม่เพียงพอกับความต้องการ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครมีโรงงานทั้งสิ้น 43 โรงงาน จ้างงาน 16,000 คน วงเงินลงทุนประมาณ 40,000 ล้านบาท พื้นที่รวม 1,441 ไร่  นักลงทุนร้อยละ 90 เป็นนักลงทุนญี่ปุ่น

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

โรจนะฯ ระบุเฟส 1-2 พื้นที่แห้งทั้งหมดแล้ว

หลังจากต้องประสบกับปัญหาภัยน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน ในตอนนี้นิคมฯโรจนะแห้งแล้วในเฟส1 และเฟส2 ซึ่งทางที่ปรึกษาสวยอุตสาหกรรมโรจนะ ได้ออกมากล่าวว่า จากที่ได้รับความร่วมมือในการสูบน้ำออกจากหลายภาคส่วน ทั้งไจก้า และกระทรวงพลังงาน ด้วยเครื่องสูบน้ำประมาณ 200 ตัว ทำให้การสูบน้ำออกทำได้รวดเร็ว ขณะนี้พื้นที่ 1 ในเฟสที่ 1 และ เฟส 2 แห้งหมดแล้ว โดยคาดว่า พื้นที่ทั้งหมดจะแห้งภายใน 30 พฤศจิกายน ซึ่งเร็วกว่าแผน โดยขณะนี้ในโรงงานที่น้ำแห้งแล้ว เช่น ฮอนด้า ทุกโรงงานได้กลับไปทำความสะอาด สำรวจเครื่องจักร เตรียมกลับมาเดินเครื่องใหม่ โดยทางสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จะมีการจัดงานพร้อมเปิดเดินเครื่องโรงงานภายในกลางเดือนธันวาคมนี้  โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าโรจนะ ซึ่งมีการผลิตไฟฟ้าป้อนโรงงานภายในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ 80 เมกะวัตต์ ขณะนี้โรงไฟฟ้าได้ถอดอุปกรณ์ไปซ่อมต่างประเทศ เพื่อกลับมาเดินเครื่องโดยเร็ว โดยในส่วนของไฟฟ้าที่จะทดแทนในส่วนนี้ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) ได้ยืนยันพร้อมส่งเข้ามาทดแทนตั้งแต่มีนาคมปีหน้า ซึ่งจะทันต่อความต้องการของลูกค้าที่พร้อมกลับเดินเครื่องในปีหน้า เราจะเห็นได้ว่าน้ำท่วมในครั้งนี้สร้างความเสียหายเป้นอย่างมาก โชคยังดีที่ทางผู้ลงทุนยังไม่คิดที่จะย้ายฐานกรผลิตไปยังประเทศต่างๆ แต่หากน้ำท่วมครั้งหน้ายังเป็นแบบนี้อีกล่ำก็ เชื่อว่าจะต้องมีนักลงทุนไม่น้อยคิดย้ายฐานการผลิตออกไปอย่างแน่นอน หลังจากช่วงน้ำลดแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมีนโยบายอะไรที่จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนพวกนี้กลับมาได้บ้าง สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือแผนการรับมือน้ำท่วมในครั้งหน้า ซึ่งหากทำออกมาได้ดี เชื่อว่าคงไม่มีผู้ประกอบการรายไดที่จะย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศแน่นอน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

เปิดบิ๊กแบ็กไม่กระทบแผนฟื้นฟูสวนอุตสาหกรรมบางกะดี

จากการที่ทางกลุ่มชาวบ้านกว่า 100 คนได้เข้าไปรื้อแนวบิ๊กแบ็ก ในบริเวณกลาง และบริเวณริมถนนติวานนท์ ตรองข้ามปากทางเข้าโรงแรมปทุมธานี เพลส ทำให้แนวกระสอบทรายขาดเป็นทางยาวประมาณ 10 เมตรนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูสวนอุตสาหกรรมบางกะดีแต่อย่างได เนื่องจากว่าเป็นคนละพื้นที่กัน ในตอนนี้หลายๆคนที่อยู่ในเขตที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่อาจจะสงสัยว่าทำไมในที่อื่นๆน้ำเริ่มลดจนแห้งแล้ว แต่ทำไมพื้นที่ที่ตนเองอยู่น้ำยังท่วมขังอยู่ จึงทำให้มีการรื้อแนวกั้นต่างๆเพื่อให้น้ำในพื้นที่ตนนั้นได้ไหลออกไปบ้าง ซึ่งก็มีอยู่หลายที่เลยทีเดียวที่ในตอนนี้กำลังมีปัญหากันอยู่ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะทาง กทม. ไม่ได้ให้คำอธิบายไดๆกับประชาชนที่ประสบปัญหาอยู่ในตอนนี้ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน ทั้งนี้แผนการฟื้นฟูสวยอุตสาหกรรมบางกะดียังคงเดินหน้าต่อในการสูบน้ำออก ซึ่งทำให้ในขณะนี้น้ำภายในนิคมฯ อยู่ที่ประมาณ 1.6-1.7 เมตร คาดว่าหากระบายน้ำออกได้ประมาณนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง จะทำให้น้ำลดลงมากพอที่จะเข้าไปตรวจสอบความเสียหาย และเริ่มต้อนฟื้นฟูโรงงานได้ในวันที่ 2-3 ธ.ค. นี้

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

น้ำท่วมส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ไทยยอดขายในประเทศหาย 60,000 ล้านบาท

น้ำท่วมในครั้งนี้ส่งผลกระทบไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมประเภทไหนก็ล้วนแต่ได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั้งอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ซึ่งน้ำท่วมในครั้งนี้ส่งผลให้ยอดขายสิ่งพิมพ์ลดลงแล้วกว่า 60,000 ล้านบาท เนื่องจากโรงพิมพ์หลายแห่งต่างถูกน้ำท่วม บางแห่งถึงน้ำไม่ท่วมก็ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้ คาดว่าในปีนี้สิ่งพิมพ์จะมียอดขายลดลงประมาณร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว ไม่เพียงสิ่งพิมพ์ในประเทศเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ตลาดส่งออกสิ่งพิมพ์ไทยก็โดนผลกระทบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือ รอให้น้ำลด และรอการฟื้นฟูจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เราก็ควรจะหาทางช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดก่อน เมื่อถึงภาวะปกติค่อยมาว่ากันใหม่ น้ำท่วมในครั้งนี้เราไม่สามารถประเมินค่าได้เลย เนื่องจากยังไม่สามารถยุติได้ แต่คาดว่า คงจะต้องเป็นหลักล้านๆอย่างแน่นอน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

เตือนวิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่ป่วนอุตฯไอที

น้ำท่วมในประเทศไทย บวกกับวิกฤติหนี้ยุโรป ส่งผลทำให้เกิดความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้บริษัทด้านการเงินขนาดใหญ่รวมถึงองค์กรภาครัฐมีแนวโน้มที่จะรัดเข็มขัดการใช้จ่ายที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อปรับตัวให้เข้ากับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น อินเทล ไมโครซอฟท์ ไอบีเอ็ม และซิสโก้ ที่มีรายได้หลักจากกลุ่มลูกค้าในธุรกิจดังกล่าวจะต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนต่างเห็นพ้องตรงกันว่าวิกฤติหนี้ยุโรปและน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยซึ่งทำให้ฮาร์ดดิสก์ขาดแคลนจะเข้ามาเป็นตัวฉุดสำคัญ ผลสำรวจความคิดเห็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน จากมหาวิทยาลัยดุ๊ก และนิตยสารซีเอฟโอ ยังชี้ด้วยว่ากว่า 65% มีความคิดเห็นแง่บวกน้อยลงต่อภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐในไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ไอดีซีคาดว่า น้ำท่วมในประเทศไทยจะส่งผลให้ยอดขายพีซีลดลง 13.4% ในไตรมาสแรกของปี เหตุจากการขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต และราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนับว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้ว่าจะเติบโต 8.2% เราจะเห็นได้ว่าวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งดูๆแล้วจะไม่ใช่ปัญหาที่เล็กๆเลย แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงปลายปีหน้าปัญหานี้จะต้องหมดไปแน่นอน เนื่องจากว่าในตอนนี้โรงงานต่างๆที่ถูกน้ำท่วม ต่างก็เริ่มฟื้นฟู และเริ่มเดินเครื่องการผลิตกันแล้ว ผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดความเสียหายมากแค่ไหน เราก็ต้องรอดูผลความเสียหายโดยรวมหลังจากจัดการกับปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้เสร็จสิ้นครับ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS