<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เทคโนโลยีอุตสาหกรรม อัพเดตทุกข่าวสาร ของนวัตกรรมใหม่</title>
	<atom:link href="http://www.sebringsystems.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.sebringsystems.com</link>
	<description>ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีมือถือ คอมพิมเตอร์ เรานำมาอัพเดตให้คุณรู้ทุกเรื่อง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Feb 2012 13:23:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.2</generator>
		<item>
		<title>SME bank จับคู่ธุรกิจฝื้นฟูหลังน้ำท่วม</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/sme-bank-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9d%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/sme-bank-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9d%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2012 13:23:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Ipad]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2849</guid>
		<description><![CDATA[นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับองค์กรเจเอฟซี และหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจซีซี) จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 6 เพื่อฟื้นฟูการค้าการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นและความพร้อมแก่ผู้ประกอบการทั้ง 2 ประเทศหลังประสบอุทกภัยปีที่ผ่านมา โดยเน้นอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวม 150 กิจการที่ติดต่อทำธุรกรรมกับบริษัทญี่ปุ่น หรือได้รับมาตรฐานการผลิต อาทิ มาตรฐาน อย. มาตรฐาน ISO/ TS16949 JIS หรือเป็นผู้ประกอบการที่ทั้ง 2 หน่วยงานเล็งเห็นถึงศักยภาพได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ มีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยและญี่ปุ่นเข้าร่วม 75 ราย คาดว่าจะเกิดการจับคู่ได้ 200 คู่ มูลค่าทางธุรกิจกว่า 200 ล้านบาท ส่วนปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมานั้น นักลงทุนชาวญี่ปุ่นเข้าใจว่าเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ จึงไม่ติดใจและเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตสินค้าได้ตามข้อตกลง นอกจากนี้ เอสเอ็มอีแบงก์ได้สนับสนุนผู้ประกอบการด้านแหล่งเงินทุนและการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและมีหน่วยงานพันธมิตรได้เข้าร่วมให้คำปรึกษาแนะนำ คือ เจซีซี เจโทร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และ สวทช.เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันเป็นการเปิดโอกาสเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเครือข่ายการผลิตในภูมิภาคและเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอื่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับองค์กรเจเอฟซี และหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจซีซี) จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 6 เพื่อฟื้นฟูการค้าการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นและความพร้อมแก่ผู้ประกอบการทั้ง 2 ประเทศหลังประสบอุทกภัยปีที่ผ่านมา โดยเน้นอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวม 150  กิจการที่ติดต่อทำธุรกรรมกับบริษัทญี่ปุ่น หรือได้รับมาตรฐานการผลิต อาทิ มาตรฐาน อย. มาตรฐาน ISO/ TS16949 JIS หรือเป็นผู้ประกอบการที่ทั้ง 2 หน่วยงานเล็งเห็นถึงศักยภาพได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p>
<p>สำหรับการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้  มีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยและญี่ปุ่นเข้าร่วม 75 ราย คาดว่าจะเกิดการจับคู่ได้ 200 คู่ มูลค่าทางธุรกิจกว่า 200 ล้านบาท ส่วนปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมานั้น นักลงทุนชาวญี่ปุ่นเข้าใจว่าเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ จึงไม่ติดใจและเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตสินค้าได้ตามข้อตกลง นอกจากนี้ เอสเอ็มอีแบงก์ได้สนับสนุนผู้ประกอบการด้านแหล่งเงินทุนและการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและมีหน่วยงานพันธมิตรได้เข้าร่วมให้คำปรึกษาแนะนำ คือ เจซีซี เจโทร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และ สวทช.เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันเป็นการเปิดโอกาสเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเครือข่ายการผลิตในภูมิภาคและเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น อินเดีย</p>
<p>นายโสฬส กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการทั้ง 2 ประเทศได้เป็นอย่างดี การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของกลุ่มผู้ประกอบการภายในงานนอกจากจะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพของตนเองสู่ตลาดสากลแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการค้าการลงทุนของทั้ง 2 ประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้นด้วย โดยปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรายใหม่ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เป็นการโตจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 10 ขณะที่ปี 2554 ตั้งเป้าเติบโตร้อยละ 10 แต่ทำได้จริงร้อยละ 20 จึงเชื่อว่าปีนี้จะมีการเติบโตในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>ส่วนกรณีที่ประเทศไทยถูกจับตามองเรื่องมาตรฐานการดูแลเรื่องการฟอกเงินว่า ยังไม่พบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อธนาคารและลูกค้า ทั้งนี้ คู่ค้ารายใหม่อาจจะมีการตรวจสอบผู้ประกอบการไทยเรื่องความโปร่งใสของการทำธุรกรรมทางการเงินบ้าง แต่ธุรกิจรายเดิมที่ทำกันมานานก็ไม่มีปัญหาใด ๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/sme-bank-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9d%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตั้งเป้ารายได้เกินพันล้าน</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2012 13:20:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2847</guid>
		<description><![CDATA[นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอน เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ประกอบธุรกิจนำเข้า และจำหน่ายสารเคมี ที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่นและปิโตรเคมี เปิดเผยถึงผลประกอบการ งวดปี 2554 ว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท ลดลง 25% เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 108 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 964 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อนที่มีรายได้ 773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24 % จากงวดเดียวกันปีก่อน สาเหตุที่กำไรลดลง25% เนื่องจากส่วนแบ่งจากกำไรของบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด ได้ลดลงเป็นผลเนื่องมาจาก สองสาเหตุหลัก คือ น้ำมันปาล์มขาดตลาดในช่วงต้นปี 2554 ทำให้ต้องลดการใช้ B-100ลง และช่วงเกิดมหาอุทกภัยมีน้ำท่วมบริเวณรอบโรงงานรถขนวัตถุดิบและ B100 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 15px;">นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอน เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน)  หรือ UAC ประกอบธุรกิจนำเข้า และจำหน่ายสารเคมี ที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่นและปิโตรเคมี เปิดเผยถึงผลประกอบการ งวดปี 2554 ว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท ลดลง 25% เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 108 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 964 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจาก  ปีก่อนที่มีรายได้ 773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24 %  จากงวดเดียวกันปีก่อน  สาเหตุที่กำไรลดลง25% เนื่องจากส่วนแบ่งจากกำไรของบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด ได้ลดลงเป็นผลเนื่องมาจาก สองสาเหตุหลัก คือ น้ำมันปาล์มขาดตลาดในช่วงต้นปี 2554 ทำให้ต้องลดการใช้ B-100ลง และช่วงเกิดมหาอุทกภัยมีน้ำท่วมบริเวณรอบโรงงานรถขนวัตถุดิบและ B100 ไม่สามารถเข้ามาได้  และมีการดับไฟฟ้าบริเวณนั้น  ทำให้ไม่สามารถเดินเครื่องผลิตได้เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือนในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ที่ผ่านมา</p>
<p>โดยคำสั่งซื้อในธุรกิจเทรดดิ้ง (สารเคมีภัณฑ์) ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก มียอดขายเพิ่มขึ้น หลังจากบริษัทฯได้มีการนำสินค้าใหม่ เข้ามา 4-5 รายการ อาทิ น้ำยาแอร์ ที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และระบบกำจัดไอระเหย ที่จะลดปัญหามลพิษ (Emission)ของโรงงานต่างๆ ซึ่งสินค้าดังกล่าว เป็นส่วนผลักดันให้ผลประกอบการของบริษัทฯในปี 2554 ปรับตัวเพิ่มขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ นายกิตติ ยังได้กล่าวถึง ยอดคำสั่งซื้อสารเคมีภัณฑ์ว่า ขณะนี้บริษัทฯมีออเดอร์ จากกลุ่มที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่น และปิโตรเคมี กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่น กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมพอลิเมอร์และพลาสติก กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ กลุ่มโรงไฟฟ้า เข้ามาในเบื้องต้นแล้วกว่า 200 ล้านบาทซึ่งมูลค่าดังกล่าวบริษัทฯจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าภายในไตรมาส  1/2555 บริษัทฯ จะมี Back log order อยู่ 500 ล้านบาทและล่าสุดบริษัทฯยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจาก UOP ในการเข้าไปจำหน่ายเคมีภัณฑ์ในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำธุรกิจได้ภายในปีนี้</p>
<p>&#8220;ดีมานด์ความต้องการใช้สารเคมีภัณฑ์ในประเทศ ยังคงมีอัตราการขยายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อยอดจำหน่ายของบริษัทฯ เนื่องจาก UAC เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารเคมี ให้กับผู้ผลิต    ชั้นนำรายใหญ่ของโลก อาทิ UOP LLC และ PALL Corporation โดยจำหน่าย ผลิตภัณฑ์สารดูดความชื้น ดูดซับกลิ่น และสิ่งเจือปน (Adsorbent and  Molecular Sieve ) ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับระบบการกรอง (Filtration) ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมสี และตัวทำละลายอุตสาหกรรม    สิ่งทอ ผลิตเม็ดพลาสติก ผลิตขวดน้ำ และผลิตเรซิ่น  และผลิตภัณฑ์สารเคมี ที่ใช้ในการผลิตน้ำมันชนิดต่างๆ&#8221;นายกิตติกล่าว</p>
<p>ส่วนโครงการก๊าซชีวภาพอัดจากฟาร์มสุกร หรือ CBG(Compressed Bio-methane Gas ) อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะมีกำลังการผลิตที่ 6-8 ตัน / วัน หรือ ประมาณ 3,000ตัน/ปีนั้น นายกิตติกล่าวว่า โรงงานจะแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2555 และสามารถดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ และส่งมอบให้ บมจ.ปตท (PTT) ได้ภายในไตรมาส2/2555 โดย UAC ได้เซ็นสัญญาในการผลิตก๊าซชีวภาพอัดจากฟาร์มสุกร เพื่อส่งมอบและจำหน่ายให้กับ PTT เป็นระยะเวลา 15 ปี และคาดว่าจะได้รับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวเฉลี่ยปีละประมาณ 50 -60 ล้านบาทซึ่งจะเริ่มรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2555 เป็นต้นไป</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผน เพื่อก่อตั้งโครงการผลิต CBG เพิ่มอีก 2-3 โครงการ งบลงทุนประมาณ 50-100ล้านบาทต่อโครงการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาหาทำเลที่ตั้งโรงงาน และสำรวจวัตถุดิบในการผลิตซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนประมาณไตรมาส 3/2555</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทฯประมาณการรายได้ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท โดยจะมาจากธุรกิจหลัก (เทรดดิ้ง) ประมาณ 85% ของรายได้รวม ส่วนอีก 15% จะมาจากบริษัทร่วมทุน และโครงการCBG ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ภายใน 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เกิน 2,000 ล้านบาท ภายใต้แผนการขยายการลงทุนด้านพลังงานทดแทนแล้วเสร็จไม่ว่าจะเป็นแผนการขยายการลงทุน ด้านพลังงานทดแทนเพิ่ม 3-4 โครงการ โดยใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 400-500 ล้านบาท ซึ่งการมุ่งเน้นต่อยอดการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนนั้น นอกจากเป็นการเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของบริษัทฯแล้ว ยังเป็นการสอดคล้องกับการที่กระทรวงพลังงานได้สนับสนุนโครงการก๊าซธรรมชาติและก๊าซชีวภาพอัด ของบริษัทฯด้วยเช่นเดียวกัน</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกลางฝรั่งเศสเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 12:28:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2731</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของฝรั่งเศสในเดือนธ.ค. ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นในเดือนพ.ย. นับเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสอาจจะรอดพ้นจากภาวะถดถอย ธนาคารกลางฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจสำหรับกลุ่มผู้ผลิตปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 96 จากระดับ 95 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2552 สำหรับผลผลิตภาคโรงงานของฝรั่งเศสปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนพ.ย. เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และผลผลิตโรงกลั่นที่สูงขึ้น ส่วนการผลิตในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 1.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. ขณะที่นายพิชัย หะริพทะพันธุ์  รมว.พลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไทยพร้อมจะพิจารณาให้การสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่า หากโครงการมีความเป็นไปได้ เพราะต้องการเห็นประเทศพม่ามีความเจริญเพิ่มขึ้น แม้ว่าจากการที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ได้เข้ารับฟังรายละเอียดโครงการในเบื้องต้นเมื่อ 6-7 ม.ค. &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการพัฒนาโครงการยังค่อนข้างลำบาก เนื่องจากคาดว่าค่าขนส่งจะมีราคาแพงมาก จากการที่ต้องลงทุนระบบสาธารณูปโภคสูงมาก จึงอาจจะไม่คุ้มค่าการลงทุนสำหรับกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลพม่าสั่งยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 4,000 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเม้นท์ (ITD) กับ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2012/01/images01.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2732" title="images01" src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2012/01/images01.jpg" alt="" width="290" height="174" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของฝรั่งเศสในเดือนธ.ค. ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นในเดือนพ.ย. นับเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสอาจจะรอดพ้นจากภาวะถดถอย ธนาคารกลางฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจสำหรับกลุ่มผู้ผลิตปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 96 จากระดับ 95 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2552 สำหรับผลผลิตภาคโรงงานของฝรั่งเศสปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนพ.ย. เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และผลผลิตโรงกลั่นที่สูงขึ้น ส่วนการผลิตในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 1.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. ขณะที่นายพิชัย หะริพทะพันธุ์  รมว.พลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไทยพร้อมจะพิจารณาให้การสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่า หากโครงการมีความเป็นไปได้ เพราะต้องการเห็นประเทศพม่ามีความเจริญเพิ่มขึ้น แม้ว่าจากการที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ได้เข้ารับฟังรายละเอียดโครงการในเบื้องต้นเมื่อ 6-7 ม.ค.<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการพัฒนาโครงการยังค่อนข้างลำบาก เนื่องจากคาดว่าค่าขนส่งจะมีราคาแพงมาก จากการที่ต้องลงทุนระบบสาธารณูปโภคสูงมาก จึงอาจจะไม่คุ้มค่าการลงทุนสำหรับกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลพม่าสั่งยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 4,000 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเม้นท์ (ITD) กับ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) นั้น ได้รับทราบข่าวบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ นายพิชัย กล่าวว่าเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าการพึ่งพาพลังงานจากประเทศอื่นจะเป็นปัญหาในเรื่องของความมั่นคงทางพลังงาน อย่างเช่นกรณีแหล่งเยตากุนในประเทศพม่าที่มีการหยุดส่งก๊าซธรรมชาติไปช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ทำให้ต้องจัดหาก๊าซฯ จากฝั่งอ่าวไทยมาทดแทน ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือ การมีแหล่งพลังงานเป็นของตนเอง เช่น ในพื้นที่คาบเกี่ยวไทย-กัมพูชา ซึ่งหากรัฐบาลไทยกับกัมพูชาสามารถที่จะตกลงกันได้ ไทยก็จะมีแหล่งพลังงานเพิ่มขึ้น</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฮอนด้าเร่งฟื้นฟูโรงงาน คาดเริ่มผลิตได้ เม.ย.55</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 09:58:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2546</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;น้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ที่หลายโรงงานในอุตสาหกรรมโรจนะต้องเสียหาย และบางโรงงานจำต้องหยุดกิจการไปด้วยปัญหามากมายหลังน้ำลด การกู้อุปกรณ์เพื่อที่จะนำไปซ่อมให้กลับมาใช้ดังเดิมได้นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลงทุนสูง ไม่ต่างอะไรกับการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงมาก วันนี้ฮอนด้าซึ่งเป็นค่ายรถเพียงแห่งเดียวในไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จัดกิจกรรมทำความสะอาดใหญ่เพื่อฟื้นฟูโรงงาน คาดว่าจะเริ่มกลับมาผลิตได้อีกครั้งในเดือน เม.ย.55 พนักงานกว่า 6,000 คน ทั้งในส่วนของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และในกลุ่มฮอนด้ากรุ๊ปเข้าทำความสะอาดใหญ่ หรือบิ๊กคลีนนิ่งโรงงานผลิต 2 แห่ง ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังสถานการณ์น้ำท่วมในสวนอุตสาหกรรมโรจนะคลี่คลาย โรงงานฮอนด้าทั้ง 2 แห่งต้องหยุดการมาตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือนเต็ม &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ซึ่งกระทบต่อการผลิตรถยนต์ 20,000 คันต่อเดือน นายโนบุยูกิ ชิบาอิเคะ รองประธานบริหารของบริษัทฮอนด้ากล่าวกับพนักงานที่มาร่วมฟื้นฟูโรงงานว่า วันนี้ ถือว่าเป็นวันกอบกู้โรงงานทั้ง 2 แห่ง ซึ่งฮอนด้าเป็นค่ายรถยนต์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมใหญ่ของไทย ทั้งนี้ปีนี้เป็นปีที่ฮอนด้าประสบภาวะวิกฤตอย่างหนัก ตั้งแต่เหตุสึนามิในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา จนถึงเหตุน้ำท่วมใหญ่ในไทย ซึ่งรองประธานบริหารบริษัทฮอนด้าระบุว่าจะใช้บทเรียนที่เกิดขึ้น มาเตรียมพร้อมรับมือในอนาคตและเชื่อว่าทั้ง 2 เหตุการณ์จะทำให้ค่ายฮอนด้าแข็งแกร่งขึ้น จากเหตุน้ำท่วมทำให้ฮอนด้าจะต้องหยุดการผลิต 6 เดือน คาดว่าจะฟื้นสายการผลิตได้อีกครั้งในเดือน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/x06.bmp"><img class="aligncenter size-full wp-image-2547" title="x06" src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/x06.bmp" alt="" width="168" height="112" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ที่หลายโรงงานในอุตสาหกรรมโรจนะต้องเสียหาย และบางโรงงานจำต้องหยุดกิจการไปด้วยปัญหามากมายหลังน้ำลด การกู้อุปกรณ์เพื่อที่จะนำไปซ่อมให้กลับมาใช้ดังเดิมได้นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลงทุนสูง ไม่ต่างอะไรกับการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงมาก วันนี้ฮอนด้าซึ่งเป็นค่ายรถเพียงแห่งเดียวในไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จัดกิจกรรมทำความสะอาดใหญ่เพื่อฟื้นฟูโรงงาน คาดว่าจะเริ่มกลับมาผลิตได้อีกครั้งในเดือน เม.ย.55 พนักงานกว่า 6,000 คน ทั้งในส่วนของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และในกลุ่มฮอนด้ากรุ๊ปเข้าทำความสะอาดใหญ่ หรือบิ๊กคลีนนิ่งโรงงานผลิต 2 แห่ง ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังสถานการณ์น้ำท่วมในสวนอุตสาหกรรมโรจนะคลี่คลาย โรงงานฮอนด้าทั้ง 2 แห่งต้องหยุดการมาตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือนเต็ม<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งกระทบต่อการผลิตรถยนต์ 20,000 คันต่อเดือน นายโนบุยูกิ ชิบาอิเคะ รองประธานบริหารของบริษัทฮอนด้ากล่าวกับพนักงานที่มาร่วมฟื้นฟูโรงงานว่า วันนี้ ถือว่าเป็นวันกอบกู้โรงงานทั้ง 2 แห่ง ซึ่งฮอนด้าเป็นค่ายรถยนต์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมใหญ่ของไทย ทั้งนี้ปีนี้เป็นปีที่ฮอนด้าประสบภาวะวิกฤตอย่างหนัก ตั้งแต่เหตุสึนามิในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา จนถึงเหตุน้ำท่วมใหญ่ในไทย ซึ่งรองประธานบริหารบริษัทฮอนด้าระบุว่าจะใช้บทเรียนที่เกิดขึ้น มาเตรียมพร้อมรับมือในอนาคตและเชื่อว่าทั้ง 2 เหตุการณ์จะทำให้ค่ายฮอนด้าแข็งแกร่งขึ้น จากเหตุน้ำท่วมทำให้ฮอนด้าจะต้องหยุดการผลิต 6 เดือน คาดว่าจะฟื้นสายการผลิตได้อีกครั้งในเดือน เม.ย.55 ทั้งนี้โรงงานทั้ง 2 แห่งมีกำลังการผลิตรวม 240,000 คันต่อปี ซึ่งฮอนด้าเพิ่งจะกลับมาผลิตเต็มกำลังเมื่อเดือน ก.ย.53 หลังบริษัทแม่เผชิญเหตุสึนามิ เดิมฮอนด้าตั้งเป้าการผลิตปีนี้ไว้ 170,000 คัน แต่คงจะไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีมีมติยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปให้กับค่ายรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งฮอนด้าวางแผนที่จะนำเข้ารถยนต์รุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการผลิตในประเทศไทย เพื่อไม่ให้รถยนต์ขาดตลาด และกระทบต่อการสั่งจองของลูกค้าคะ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลอยตัวน้ำตาลรับ AEC 2558</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-aec-2558/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-aec-2558/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 08:08:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2840</guid>
		<description><![CDATA[เชิดพงษ์ เปิดวิสัยทัศน์หลังรับตำแหน่งประธาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เดินหน้าผลักดันการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมแก้ปัญหาผลผลิตตกต่ำ นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ เปิดวิสัยทัศน์หลังรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลคนใหม่ เดินหน้าผลักดันการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ป้องกันผลกระทบระยะยาว ชี้การแก้ปัญหาเรื่องผลผลิตอ้อยต่อไร่ต่ำยังทำได้ช้า แนะรัฐจัดสรรงบอุดหนุนอย่างจริงจัง พร้อมร่วมวิจัยพัฒนาพันธุ์อ้อยให้มีค่าความหวานสูงขึ้น หวังให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกอ้อยมีรายได้ที่ยั่งยืน นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยในโอกาสที่เข้ามารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายคนใหม่ว่า เรื่องที่เห็นว่าจะต้องผลักดันให้สอดคล้องกับกระแสของโลก ก็คือเรื่องการยกเลิกการควบคุมราคาน้ำตาลทรายในประเทศ เพราะการควบคุมราคาน้ำตาลทรายในขณะที่ไม่สามารถควบคุมราคาผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบได้ คงไม่เหมาะสมและถูกต้องนัก และถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภายในประเทศ “ผมสนับสนุนการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศให้เป็นไปตามกลไกของตลาด โดยอิงราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก เพราะสอดคล้องกับการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ที่จะให้เสรีแก่ประเทศสมาชิกในอาเซียนในด้านของการค้า บริการ และการลงทุน ซึ่งหากราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศของไทยยังถูกควบคุมราคา โดยมีราคาจำหน่ายต่ำกว่าต่างประเทศ ก็จะทำให้มีการซื้อน้ำตาลทรายในประเทศไปจำหน่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น หรือมีการลักลอบนำน้ำตาลทรายไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน อันอาจส่งผลต่อการขาดแคลนน้ำตาลทรายบริโภคภายในประเทศ และเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยในที่สุด” นายเชิดพงษ์กล่าว ทั้งนี้ การลอยตัวราคาน้ำตาลทรายยังเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทราย ต้องพัฒนาตนเอง เพื่อให้พร้อมรับการแข่งขันอย่างเสรีอีกด้วย โดยจุดอ่อนของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบันก็คือผลผลิตต่อไร่บ้านเรายังต่ำ ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกอ้อยต่อไร่สูง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2012/02/Spaceman1.jpg"><img src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2012/02/Spaceman1-300x180.jpg" alt="" title="Spaceman1" width="300" height="180" class="aligncenter size-medium wp-image-2841" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;"> เชิดพงษ์ เปิดวิสัยทัศน์หลังรับตำแหน่งประธาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เดินหน้าผลักดันการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมแก้ปัญหาผลผลิตตกต่ำ</p>
<p>          นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ เปิดวิสัยทัศน์หลังรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลคนใหม่ เดินหน้าผลักดันการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ป้องกันผลกระทบระยะยาว ชี้การแก้ปัญหาเรื่องผลผลิตอ้อยต่อไร่ต่ำยังทำได้ช้า แนะรัฐจัดสรรงบอุดหนุนอย่างจริงจัง พร้อมร่วมวิจัยพัฒนาพันธุ์อ้อยให้มีค่าความหวานสูงขึ้น หวังให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกอ้อยมีรายได้ที่ยั่งยืน</p>
<p>นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยในโอกาสที่เข้ามารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายคนใหม่ว่า เรื่องที่เห็นว่าจะต้องผลักดันให้สอดคล้องกับกระแสของโลก ก็คือเรื่องการยกเลิกการควบคุมราคาน้ำตาลทรายในประเทศ</p>
<p>เพราะการควบคุมราคาน้ำตาลทรายในขณะที่ไม่สามารถควบคุมราคาผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบได้ คงไม่เหมาะสมและถูกต้องนัก และถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภายในประเทศ</p>
<p>“ผมสนับสนุนการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศให้เป็นไปตามกลไกของตลาด โดยอิงราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก เพราะสอดคล้องกับการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ที่จะให้เสรีแก่ประเทศสมาชิกในอาเซียนในด้านของการค้า บริการ และการลงทุน</p>
<p>ซึ่งหากราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศของไทยยังถูกควบคุมราคา โดยมีราคาจำหน่ายต่ำกว่าต่างประเทศ ก็จะทำให้มีการซื้อน้ำตาลทรายในประเทศไปจำหน่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น หรือมีการลักลอบนำน้ำตาลทรายไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน อันอาจส่งผลต่อการขาดแคลนน้ำตาลทรายบริโภคภายในประเทศ และเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยในที่สุด” นายเชิดพงษ์กล่าว</p>
<p>          ทั้งนี้ การลอยตัวราคาน้ำตาลทรายยังเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทราย ต้องพัฒนาตนเอง เพื่อให้พร้อมรับการแข่งขันอย่างเสรีอีกด้วย โดยจุดอ่อนของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบันก็คือผลผลิตต่อไร่บ้านเรายังต่ำ ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกอ้อยต่อไร่สูง ซึ่งปัญหานี้มีมานานแล้ว แต่ได้รับการแก้ไขหรือพัฒนาค่อนข้างช้า</p>
<p>ทาง 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายพร้อมที่จะร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย โดยหาวิธีการที่เหมาะสมที่จะทำให้ผลผลิตอ้อยต่อไร่เพิ่มขึ้น รวมถึงการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์อ้อยใหม่ๆ ให้มีความหวานสูงและต้านทานโรคแมลงให้มากขึ้น</p>
<p>          “การจะทำให้ผลผลิตอ้อยต่อไร่เพิ่มขึ้น คงต้องใช้เวลาพอสมควร และต้องมีเงินทุนสนับสนุน  ดังนั้น ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลควรร่วมมือกันผลักดันรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณและดำเนินการในเรื่องนี้  เพราะ ถ้าดำเนินการได้อย่างจริงจัง จะส่งผลให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยเป็นประโยชน์ต่อชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย” ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายกล่าว</p>
<p>          นายเชิดพงษ์กล่าวด้วยว่า ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายจะอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผลิตน้ำตาลทรายและความหลากหลายของการพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายภายในประเทศ เข้าไปให้ความช่วยเหลือและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เป็นคู่สัญญาส่งอ้อยให้โรงงาน</p>
<p>ซึ่งโรงงานน้ำตาลทรายทุกแห่งมีฝ่ายไร่หรือฝ่ายที่ดูแลเกษตรกรอยู่แล้วจะทำหน้าที่ติดตามให้คำแนะนำช่วยเหลือแก่ชาวไร่อ้อยในการเพิ่มผลผลิตของชาวไร่อ้อยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านผลผลิตและเสถียรภาพทางด้านการผลิตน้ำตาลทรายให้เพียงพอต่อความต้องการทั้งภายในประเทศและเพื่อการส่งออก</p>
<p>          ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายกล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย ดำเนินการและพัฒนามาอย่างยาวนาน สะสมประสบการณ์และผ่านความยากลำบากในช่วงราคาตลาดโลกตกต่ำมาด้วยดี แตกต่างจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายมาก่อน สุดท้ายก็ประสบความล้มเหลว เพราะการบริหารจัดการที่ไม่ดี</p>
<p>มาถึงวันนี้ไทยเรามีความเข้มแข็งและศักยภาพที่จะแข่งขันในตลาดโลกได้ ความได้เปรียบของไทยอยู่ที่ประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิตน้ำตาลของโรงงานน้ำตาล รวมทั้งการมีระบบคู่สัญญาการส่งอ้อยระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่เรียกว่า “โควตาอ้อย” ที่มีประสิทธิภาพ</p>
<p>          “อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือได้ว่ามีความสำคัญกับประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งส่งออกน้ำตาลทรายได้เป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศบราซิล นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อการพัฒนาประเทศได้เป็นจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี” นายเชิดพงษ์กล่าว</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-aec-2558/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรุนด์ฟอสทุ่มงบ 10 ล้านบาท เปิดเซอร์วิส แคร์</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%9a-10-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%9a-10-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 07:34:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2555</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุนด์ฟอส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งมองว่าในช่วงหลังจากน้ำลด ผู้ประสบภัยหลายคนอาจต้องมองหาตัวช่วยในการจัดการซ่อมแซมปั๊มน้ำที่ถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีปั๊มน้ำระดับโลกภายใต้แบรนด์กรุนด์ฟอส จึงสานต่อความห่วงใยพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทุ่มงบการตลาดกว่า 10 ล้านบาท เปิดศูนย์กรุนด์ฟอส เซอร์วิส แคร์ เพิ่มบริการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาปั๊มน้ำที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมกันนี้ยังได้จัดกิจกรรมโรดโชว์นำช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาปั๊มน้ำที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมแจกคู่มือตรวจเช็ค ปั๊มน้ำด้วยตัวเองฟรี สำหรับลูกค้าผู้ประสบอุทกภัยทุกคนโดยจะโรดโชว์ที่โฮมโปร 8 สาขา &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ได้แก่ สาขาแจ้งวัฒนะ แฟชั่น ลำลูกกา เอกมัย-รามอินทรา พระราม 2 รังสิต รัตนาธิเบศร์ ราชพฤกษ์ ประเดิมที่แรกสาขาแจ้งวัฒนะ นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมโปรโมชั่นพิเศษกรุนด์ฟอสห่วงใย พร้อมให้บริการ สำหรับปั๊มน้ำอัตโนมัติมอบส่วนลดค่าอะไหล่ทันที 30% และส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อปั๊มน้ำกรุนด์ฟอสใหม่ พร้อมส่วนลดเพิ่มอีก 500 บาททันที เมื่อนำเครื่องปั๊มน้ำกรุนด์ฟอสรุ่นเก่ามาแลกซื้อเครื่องใหม่ เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2555 สำหรับแบรนด์ กรุนด์ฟอสถือเป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตเครื่องสูบน้ำคุณภาพระดับโลก สำหรับการใช้งานทุกประเภท ปัจจุบันมีสาขากว่า 82 แห่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/l012.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2556" title="l012" src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/l012.jpg" alt="" width="193" height="128" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุนด์ฟอส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งมองว่าในช่วงหลังจากน้ำลด ผู้ประสบภัยหลายคนอาจต้องมองหาตัวช่วยในการจัดการซ่อมแซมปั๊มน้ำที่ถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีปั๊มน้ำระดับโลกภายใต้แบรนด์กรุนด์ฟอส จึงสานต่อความห่วงใยพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทุ่มงบการตลาดกว่า 10 ล้านบาท เปิดศูนย์กรุนด์ฟอส เซอร์วิส แคร์ เพิ่มบริการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาปั๊มน้ำที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมกันนี้ยังได้จัดกิจกรรมโรดโชว์นำช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาปั๊มน้ำที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมแจกคู่มือตรวจเช็ค ปั๊มน้ำด้วยตัวเองฟรี สำหรับลูกค้าผู้ประสบอุทกภัยทุกคนโดยจะโรดโชว์ที่โฮมโปร 8 สาขา<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้แก่ สาขาแจ้งวัฒนะ แฟชั่น ลำลูกกา เอกมัย-รามอินทรา พระราม 2 รังสิต รัตนาธิเบศร์ ราชพฤกษ์ ประเดิมที่แรกสาขาแจ้งวัฒนะ นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมโปรโมชั่นพิเศษกรุนด์ฟอสห่วงใย พร้อมให้บริการ สำหรับปั๊มน้ำอัตโนมัติมอบส่วนลดค่าอะไหล่ทันที 30% และส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อปั๊มน้ำกรุนด์ฟอสใหม่ พร้อมส่วนลดเพิ่มอีก 500 บาททันที เมื่อนำเครื่องปั๊มน้ำกรุนด์ฟอสรุ่นเก่ามาแลกซื้อเครื่องใหม่ เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2555 สำหรับแบรนด์ กรุนด์ฟอสถือเป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตเครื่องสูบน้ำคุณภาพระดับโลก สำหรับการใช้งานทุกประเภท ปัจจุบันมีสาขากว่า 82 แห่ง ใน 45 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่บริษัท กรุนด์ฟอส ประเทศเดนมาร์ก เล็งเห็นถึงศักยภาพทางการตลาด จึงได้เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย โดยสามารถครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งหลายปีและมียอดขายในประเทศเฉลี่ยปีละ 900-1,000 ล้านบาท ซึ่งปีนี้คาดว่าจะปิดยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนปีหน้ามองว่าด้วยปัจจัยจากภาวะน้ำท่วมในช่วงปลายปีนี้จะส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปี 2555 ความต้องการที่จะเปลี่ยนเครื่องปั๊มน้ำใหม่ หรือต้องการอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน บริษัทจึงเน้นดำเนินนโยบายในเชิงรุก เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค เตรียมความพร้อม ทั้งด้านการจัดเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ บุคลากรให้คำปรึกษาและซ่อมบำรุง ตลอดจนพัฒนาการให้บริการเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า โดยตั้งเป้าการเติบโตในปี 2555 ไว้ที่ 20% กรรมการผู้จัดการบริษัทกรุนด์ฟอสกล่าวปิดท้าย</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%9a-10-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทาทาลุ้นรัฐช่วยหนุนดันเมกะโปรเจ็กต์ ตอนจบ</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99-2/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Feb 2012 01:01:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2539</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ซึ่งเวลานี้ต้องดูปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจของโลกเป็นสำคัญ ซึ่งในส่วนของการขยายกำลังการผลิตเป็น 2 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศไม่ใช่ปัญหา เพราะใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่หากจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านตัน ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเท่ากับว่าเป็นการก่อสร้างโรงงานขึ้นมาใหม่ ที่จะมารีดเหล็กเป็นเหล็กเส้นหรือเหล็กลวด หรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อย่างเหล็กฉากหรือเหล็กรางน้ำ เป็นต้น ดังนั้นการจะลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทต้องคิดอย่างรอบคอบ นายลาภทวี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมองว่าในปีนี้ความต้องการใช้เหล็กทรงยาว สำหรับการก่อสร้างน่าจะเติบโตอยู่ในระดับ 4-5% และในปีหน้าน่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก จากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังขยายตัวอยู่ ที่จะเป็นปัจจัยให้บริษัทเพิ่มกำลังการผลิตได้ ทั้งนี้จากปัจจัยของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเศษเหล็กที่บริษัทนำมาใช้ในการผลิตเวลานี้อยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน หรือราคาในประเทศตกอยู่ราว 14.7 บาทต่อกิโลกรัม กระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแต่ผู้ผลิตเหล็กไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายขึ้นไปตามได้จากปัจจุบันขายอยู่ที่ประมาณ 22 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคาเพดานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;โดยที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์มาตลอดเพื่อขอปรับราคา เนื่องจากราคาวัตถุดิบเป็นต้นทุนถึง 70% ประกอบกับนโยบายเพิ่มค่าแรก 300 บาทต่อวัน จะกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งระหว่าง 1-2 เดือนนี้ ทางบริษัทจะติดตามราคาวัตถุดิบในการผลิตเหล็กว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไร และหลังจากนั้นจะหารือกับภาครัฐ เพื่อของปรับราคาเหล็กทรงยาวต่อไป ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายเหล็กประมาณ 26,000 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/tata01.bmp"><img class="aligncenter size-full wp-image-2540" title="tata01" src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/tata01.bmp" alt="" width="180" height="119" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งเวลานี้ต้องดูปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจของโลกเป็นสำคัญ ซึ่งในส่วนของการขยายกำลังการผลิตเป็น 2 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศไม่ใช่ปัญหา เพราะใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่หากจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านตัน ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเท่ากับว่าเป็นการก่อสร้างโรงงานขึ้นมาใหม่ ที่จะมารีดเหล็กเป็นเหล็กเส้นหรือเหล็กลวด หรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อย่างเหล็กฉากหรือเหล็กรางน้ำ เป็นต้น ดังนั้นการจะลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทต้องคิดอย่างรอบคอบ นายลาภทวี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมองว่าในปีนี้ความต้องการใช้เหล็กทรงยาว สำหรับการก่อสร้างน่าจะเติบโตอยู่ในระดับ 4-5% และในปีหน้าน่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก จากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังขยายตัวอยู่ ที่จะเป็นปัจจัยให้บริษัทเพิ่มกำลังการผลิตได้ ทั้งนี้จากปัจจัยของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเศษเหล็กที่บริษัทนำมาใช้ในการผลิตเวลานี้อยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน หรือราคาในประเทศตกอยู่ราว 14.7 บาทต่อกิโลกรัม กระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแต่ผู้ผลิตเหล็กไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายขึ้นไปตามได้จากปัจจุบันขายอยู่ที่ประมาณ 22 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคาเพดานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์มาตลอดเพื่อขอปรับราคา เนื่องจากราคาวัตถุดิบเป็นต้นทุนถึง 70% ประกอบกับนโยบายเพิ่มค่าแรก 300 บาทต่อวัน จะกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งระหว่าง 1-2 เดือนนี้ ทางบริษัทจะติดตามราคาวัตถุดิบในการผลิตเหล็กว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไร และหลังจากนั้นจะหารือกับภาครัฐ เพื่อของปรับราคาเหล็กทรงยาวต่อไป ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายเหล็กประมาณ 26,000 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 21 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งในปีนี้คาดว่ารายได้จะปรับเพิ่มขึ้นอีก จากราคาเหล็กเฉลี่ย 22 บาทต่อกิโลกรัม</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Consumer Product Safety Improvement</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/consumer-product-safety-improvement/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/consumer-product-safety-improvement/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Feb 2012 00:52:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2527</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า ตามที่สหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมาย Consumer Product Safety Improvement เพื่อปรับปรุงการตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าอุปโภคต่างๆที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 คณะกรรมาธิการหน่วยงาน Consumer Product Safety Commission (CPSC) ของสหรัฐฯ ได้เห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของสินค้าสำหรับเด็ก โดยองค์กรบุคคลที่สาม (Third Party Testing and Certification) ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 102 ของกฎหมายดังกล่าว กฎหมาย Consumer Product Safety Improvement มุ่งเน้นที่จะปรับปรุงการตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าอุปโภคต่างๆที่จำหน่ายในสหรัฐฯ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;โดยเฉพาะสินค้าสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งเดิมกำหนดที่จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในช่วงเดือนธันวาคม 2551 – กันยายน 2552 แตกต่างกันตามประเภทของสินค้า อย่างไรก็ตาม CPSC ได้เลื่อนกำหนดเวลาบังคับใช้กฎระเบียบออกไป เป็นตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/imagesCAMY2NIW.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2528" title="imagesCAMY2NIW" src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/imagesCAMY2NIW.jpg" alt="" width="148" height="160" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า ตามที่สหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมาย Consumer Product Safety Improvement เพื่อปรับปรุงการตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าอุปโภคต่างๆที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 คณะกรรมาธิการหน่วยงาน Consumer Product Safety Commission (CPSC) ของสหรัฐฯ ได้เห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของสินค้าสำหรับเด็ก โดยองค์กรบุคคลที่สาม (Third Party Testing and Certification) ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 102 ของกฎหมายดังกล่าว กฎหมาย Consumer Product Safety Improvement มุ่งเน้นที่จะปรับปรุงการตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าอุปโภคต่างๆที่จำหน่ายในสหรัฐฯ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งเดิมกำหนดที่จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในช่วงเดือนธันวาคม 2551 – กันยายน 2552 แตกต่างกันตามประเภทของสินค้า อย่างไรก็ตาม CPSC ได้เลื่อนกำหนดเวลาบังคับใช้กฎระเบียบออกไป เป็นตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2554 ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้สินค้าต้องผ่านการทดสอบและได้ใบรับรองจากห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ในฐานะบุคคลที่สามที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงาน CPSC หรือจากหน่วยงานอิสระที่ได้รับแต่งตั้งจาก CPSC ให้เป็นผู้รับรองผลการทดสอบของห้องปฏิบัติการทั่วไป โดยสินค้าสำหรับเด็กที่จะต้องรับการทดสอบ เช่น สินค้าที่มีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบ และ เครื่องประดับที่ทำจากโลหะ เป็นต้น สำหรับประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ที่สามารถตรวจสอบสินค้าและรับรองความปลอดภัยสินค้าที่ผ่านการรับรองจาก CPSC</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/consumer-product-safety-improvement/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซีเกทขยายฐานการผลิตในประเทศไทย</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Feb 2012 07:58:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2589</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้หลายๆ บริษัทเริ่มจะหวั่นวิตกในการที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป มีหลายๆ บริษัทที่คิดจะย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น แต่ไม่ใช่สำหรับทางบริษัทซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ซึ่งล่าสุดได้ เปิดอาคารผลิตหลังใหม่สำหรับการผลิตหัวอ่านเขียน ณ โรงงานซีเกทโคราช โดยโครงการนี้ใช้เงินในการลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารผลิตหลังใหม่ และอุปกรณ์การผลิต โดยคาดว่าโครงการนี้จะมีการจ้างงานใหม่หลายพันตำแหน่ง เมื่อโรงงานดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ และดำเนินการด้วยกำลังการผลิตสูงสุด การลงทุนและการถ่ายโอนเทคโนโลยีชั้นนำ ตลอดจนผลิตภัณฑ์อันทันสมัย มายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่องของซีเกท แสดงถึงคำมั่นที่จะยังคงรักษาไว้ซึ่งฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของเราที่นี่ ซีเกทจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ และชุมชนต่างๆ เพื่อนำมาซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการลงทุนใหม่ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;โดยซีเกทจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตหัวอ่าน เขียน จากปัจจุบันขึ้นถึง 40% เมื่อเราดำเนินงานด้วยกำลังการผลิตสูงสุด ถึงแม้น้ำท่วมในครั้งนี้จะทำให้นักลงทุนหลายๆคนขาดความเชื่อมั่นไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดี ไม่เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่น เนื่องจากปัญหาต่างๆ ซึ่งหากทางรัฐไม่รีบหาทางแก้ปัญหานี้ เชื่อว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้หากมีเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/imagesCA5KILAP.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2590" title="imagesCA5KILAP" src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/imagesCA5KILAP.jpg" alt="" width="174" height="104" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้หลายๆ บริษัทเริ่มจะหวั่นวิตกในการที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป มีหลายๆ บริษัทที่คิดจะย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น แต่ไม่ใช่สำหรับทางบริษัทซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ซึ่งล่าสุดได้ เปิดอาคารผลิตหลังใหม่สำหรับการผลิตหัวอ่านเขียน ณ โรงงานซีเกทโคราช โดยโครงการนี้ใช้เงินในการลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารผลิตหลังใหม่ และอุปกรณ์การผลิต โดยคาดว่าโครงการนี้จะมีการจ้างงานใหม่หลายพันตำแหน่ง เมื่อโรงงานดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ และดำเนินการด้วยกำลังการผลิตสูงสุด การลงทุนและการถ่ายโอนเทคโนโลยีชั้นนำ ตลอดจนผลิตภัณฑ์อันทันสมัย มายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่องของซีเกท แสดงถึงคำมั่นที่จะยังคงรักษาไว้ซึ่งฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของเราที่นี่ ซีเกทจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ และชุมชนต่างๆ เพื่อนำมาซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการลงทุนใหม่<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยซีเกทจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตหัวอ่าน เขียน จากปัจจุบันขึ้นถึง 40% เมื่อเราดำเนินงานด้วยกำลังการผลิตสูงสุด ถึงแม้น้ำท่วมในครั้งนี้จะทำให้นักลงทุนหลายๆคนขาดความเชื่อมั่นไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดี ไม่เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่น เนื่องจากปัญหาต่างๆ ซึ่งหากทางรัฐไม่รีบหาทางแก้ปัญหานี้ เชื่อว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้หากมีเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทาทาลุ้นรัฐช่วยหนุนดันเมกะโปรเจ็กต์ ตอนแรก</title>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Feb 2012 00:58:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sebringsystems.com/?p=2536</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#8221;ทาทา สตีล&#8221; พร้อมขยายกำลังการผลิตเหล็กทรงยาว 1.7-2  ล้านตัน รับเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลและธุรกิจก่อสร้างขยายตัวในปี 55  หวังกระตุ้นความต้องการใช้ในประเทศโตกว่า 4-5% หลังซบเซามานาน โดยยังเดินหน้าลงทุนเพิ่มกำลังผลิตเป็น 3 ล้านตันต่อปีในอีก  4 ปีข้างหน้า หากเศรษฐกิจโลกดี ตั้งโรงงานรีดเหล็ก ทำผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นป้อนเสริมตลาด ส่งสัญญาณราคาเหล็กอาจปรับรอดูราคาวัตถุดิบในอีก 1-2 เดือน นายลาภทวี เสนะวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นรายใหญ่สุดในประเทศไทย เปิดเผยกับ &#8220;ฐานเศรษฐกิจ&#8221; ถึงทิศทางการดำเนินงานว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการผลักดันโครงการขนาดใหญ่อย่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าในหลายเส้นทางตามที่ได้หาเสียไว้ เนื่องจากจะมีผลต่อการความต้องการใช้เหล็กในประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมาความต้องการใช้เหล็กเติบโตอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก โดยเหล็กทรงยาว(เหล็กก่อสร้างและเหล็กลวด)มีความต้องการประมาณ 5-5.5 ล้านตันต่อปี แต่มีกำลังการผลิตสูงถึง 8 ล้านตัน ทำให้เหล็กล้นตลาดอยู่ในเวลานี้ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ซึ่งหากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงได้ ในปีหน้าทางบริษัทจะปรับเป้ากำลังการผลิตขึ้นเป็น 1.7 ล้านตัน จากบริษัทย่อย 3 บริษัท ที่มีอยู่ ได้แก่ บริษัท เหล็กสยาม(2001) จำกัด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/tata.bmp"><img class="aligncenter size-full wp-image-2537" title="tata" src="http://www.sebringsystems.com/wp-content/uploads/2011/12/tata.bmp" alt="" width="193" height="128" /></a></p>
<p><span style="font-size: 15px;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&#8221;ทาทา สตีล&#8221; พร้อมขยายกำลังการผลิตเหล็กทรงยาว 1.7-2  ล้านตัน รับเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลและธุรกิจก่อสร้างขยายตัวในปี 55  หวังกระตุ้นความต้องการใช้ในประเทศโตกว่า 4-5% หลังซบเซามานาน โดยยังเดินหน้าลงทุนเพิ่มกำลังผลิตเป็น 3 ล้านตันต่อปีในอีก  4 ปีข้างหน้า หากเศรษฐกิจโลกดี ตั้งโรงงานรีดเหล็ก ทำผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นป้อนเสริมตลาด ส่งสัญญาณราคาเหล็กอาจปรับรอดูราคาวัตถุดิบในอีก 1-2 เดือน นายลาภทวี เสนะวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นรายใหญ่สุดในประเทศไทย เปิดเผยกับ &#8220;ฐานเศรษฐกิจ&#8221; ถึงทิศทางการดำเนินงานว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการผลักดันโครงการขนาดใหญ่อย่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าในหลายเส้นทางตามที่ได้หาเสียไว้ เนื่องจากจะมีผลต่อการความต้องการใช้เหล็กในประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมาความต้องการใช้เหล็กเติบโตอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก โดยเหล็กทรงยาว(เหล็กก่อสร้างและเหล็กลวด)มีความต้องการประมาณ 5-5.5 ล้านตันต่อปี แต่มีกำลังการผลิตสูงถึง 8 ล้านตัน ทำให้เหล็กล้นตลาดอยู่ในเวลานี้<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งหากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงได้ ในปีหน้าทางบริษัทจะปรับเป้ากำลังการผลิตขึ้นเป็น 1.7 ล้านตัน จากบริษัทย่อย 3 บริษัท ที่มีอยู่ ได้แก่ บริษัท เหล็กสยาม(2001) จำกัด จังหวัดสระบุรี บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด จังหวัดระยอง และบริษัทเอ็น.ที.เอส.สตีล กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) จังหวัดชลบุรี จากปัจจุบันผลิตอยู่ 1.2-1.4 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้หากภาวะเศรษฐกิจของประเทศและในภูมิภาคนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทางบริษัทอาจจะตัดสินใจที่จะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีกเป็น 2 ล้านตันต่อปี เนื่องจากที่ผ่านมาได้ใช้เงินลงทุนประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนสร้างเตาหลอมเศษเหล็กรองรับไว้แล้ว หากต้องเพิ่มกำลังการผลิตจริง ก็เพียงลงทุนในส่วนของการขยายคอขวดเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม จากแผนเดิมที่บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กทรงยาวให้ได้ 3 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2558 นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกทั้งจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป รวมถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งหากภาวะเศรษฐกิจของโลกไม่มีผลกระทบระยะยาว ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศและในแถบภูมิภาคดีขึ้น ทางบริษัทก็จะยังคงแผนการเพิ่มกำลังการผลิตตามที่กำหนดไว้ แต่หากภาวะเศรษฐกิจสวนทางกันก็จำเป็นต้องชะลอแผนการขยายกำลังการผลิตออกไปจากเดิม</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

