<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="0.92">
<channel>
	<title>เทคโนโลยีอุตสาหกรรม อัพเดตทุกข่าวสาร ของนวัตกรรมใหม่</title>
	<link>http://www.sebringsystems.com</link>
	<description>ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีมือถือ คอมพิมเตอร์ เรานำมาอัพเดตให้คุณรู้ทุกเรื่อง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Feb 2012 13:23:37 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	<!-- generator="WordPress/3.0.2" -->

	<item>
		<title>SME bank จับคู่ธุรกิจฝื้นฟูหลังน้ำท่วม</title>
		<description><![CDATA[นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารร่วมกับองค์กรเจเอฟซี และหอการค้าญี่ปุ่นกรุงเทพฯ (เจซีซี) จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 6 เพื่อฟื้นฟูการค้าการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นและความพร้อมแก่ผู้ประกอบการทั้ง 2 ประเทศหลังประสบอุทกภัยปีที่ผ่านมา โดยเน้นอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวม 150 กิจการที่ติดต่อทำธุรกรรมกับบริษัทญี่ปุ่น หรือได้รับมาตรฐานการผลิต อาทิ มาตรฐาน อย. มาตรฐาน ISO/ TS16949 JIS หรือเป็นผู้ประกอบการที่ทั้ง 2 หน่วยงานเล็งเห็นถึงศักยภาพได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ มีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยและญี่ปุ่นเข้าร่วม 75 ราย คาดว่าจะเกิดการจับคู่ได้ 200 คู่ มูลค่าทางธุรกิจกว่า 200 ล้านบาท ส่วนปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมานั้น นักลงทุนชาวญี่ปุ่นเข้าใจว่าเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้ จึงไม่ติดใจและเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตสินค้าได้ตามข้อตกลง นอกจากนี้ เอสเอ็มอีแบงก์ได้สนับสนุนผู้ประกอบการด้านแหล่งเงินทุนและการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและมีหน่วยงานพันธมิตรได้เข้าร่วมให้คำปรึกษาแนะนำ คือ เจซีซี เจโทร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และ สวทช.เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันเป็นการเปิดโอกาสเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเครือข่ายการผลิตในภูมิภาคและเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอื่น [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/sme-bank-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9d%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตั้งเป้ารายได้เกินพันล้าน</title>
		<description><![CDATA[นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอน เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ UAC ประกอบธุรกิจนำเข้า และจำหน่ายสารเคมี ที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่นและปิโตรเคมี เปิดเผยถึงผลประกอบการ งวดปี 2554 ว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิ 80 ล้านบาท ลดลง 25% เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่มีกำไร 108 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 964 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อนที่มีรายได้ 773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24 % จากงวดเดียวกันปีก่อน สาเหตุที่กำไรลดลง25% เนื่องจากส่วนแบ่งจากกำไรของบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด ได้ลดลงเป็นผลเนื่องมาจาก สองสาเหตุหลัก คือ น้ำมันปาล์มขาดตลาดในช่วงต้นปี 2554 ทำให้ต้องลดการใช้ B-100ลง และช่วงเกิดมหาอุทกภัยมีน้ำท่วมบริเวณรอบโรงงานรถขนวัตถุดิบและ B100 [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ธนาคารกลางฝรั่งเศสเผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวสูงขึ้น</title>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของฝรั่งเศสในเดือนธ.ค. ฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นในเดือนพ.ย. นับเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสอาจจะรอดพ้นจากภาวะถดถอย ธนาคารกลางฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจสำหรับกลุ่มผู้ผลิตปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 96 จากระดับ 95 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2552 สำหรับผลผลิตภาคโรงงานของฝรั่งเศสปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนพ.ย. เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และผลผลิตโรงกลั่นที่สูงขึ้น ส่วนการผลิตในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 1.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. ขณะที่นายพิชัย หะริพทะพันธุ์  รมว.พลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไทยพร้อมจะพิจารณาให้การสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวายในพม่า หากโครงการมีความเป็นไปได้ เพราะต้องการเห็นประเทศพม่ามีความเจริญเพิ่มขึ้น แม้ว่าจากการที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ได้เข้ารับฟังรายละเอียดโครงการในเบื้องต้นเมื่อ 6-7 ม.ค. &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการพัฒนาโครงการยังค่อนข้างลำบาก เนื่องจากคาดว่าค่าขนส่งจะมีราคาแพงมาก จากการที่ต้องลงทุนระบบสาธารณูปโภคสูงมาก จึงอาจจะไม่คุ้มค่าการลงทุนสำหรับกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลพม่าสั่งยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขนาด 4,000 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเม้นท์ (ITD) กับ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%94/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ฮอนด้าเร่งฟื้นฟูโรงงาน คาดเริ่มผลิตได้ เม.ย.55</title>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;น้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ที่หลายโรงงานในอุตสาหกรรมโรจนะต้องเสียหาย และบางโรงงานจำต้องหยุดกิจการไปด้วยปัญหามากมายหลังน้ำลด การกู้อุปกรณ์เพื่อที่จะนำไปซ่อมให้กลับมาใช้ดังเดิมได้นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลงทุนสูง ไม่ต่างอะไรกับการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงมาก วันนี้ฮอนด้าซึ่งเป็นค่ายรถเพียงแห่งเดียวในไทยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จัดกิจกรรมทำความสะอาดใหญ่เพื่อฟื้นฟูโรงงาน คาดว่าจะเริ่มกลับมาผลิตได้อีกครั้งในเดือน เม.ย.55 พนักงานกว่า 6,000 คน ทั้งในส่วนของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และในกลุ่มฮอนด้ากรุ๊ปเข้าทำความสะอาดใหญ่ หรือบิ๊กคลีนนิ่งโรงงานผลิต 2 แห่ง ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังสถานการณ์น้ำท่วมในสวนอุตสาหกรรมโรจนะคลี่คลาย โรงงานฮอนด้าทั้ง 2 แห่งต้องหยุดการมาตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือนเต็ม &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ซึ่งกระทบต่อการผลิตรถยนต์ 20,000 คันต่อเดือน นายโนบุยูกิ ชิบาอิเคะ รองประธานบริหารของบริษัทฮอนด้ากล่าวกับพนักงานที่มาร่วมฟื้นฟูโรงงานว่า วันนี้ ถือว่าเป็นวันกอบกู้โรงงานทั้ง 2 แห่ง ซึ่งฮอนด้าเป็นค่ายรถยนต์เดียวในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมใหญ่ของไทย ทั้งนี้ปีนี้เป็นปีที่ฮอนด้าประสบภาวะวิกฤตอย่างหนัก ตั้งแต่เหตุสึนามิในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา จนถึงเหตุน้ำท่วมใหญ่ในไทย ซึ่งรองประธานบริหารบริษัทฮอนด้าระบุว่าจะใช้บทเรียนที่เกิดขึ้น มาเตรียมพร้อมรับมือในอนาคตและเชื่อว่าทั้ง 2 เหตุการณ์จะทำให้ค่ายฮอนด้าแข็งแกร่งขึ้น จากเหตุน้ำท่วมทำให้ฮอนด้าจะต้องหยุดการผลิต 6 เดือน คาดว่าจะฟื้นสายการผลิตได้อีกครั้งในเดือน [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ลอยตัวน้ำตาลรับ AEC 2558</title>
		<description><![CDATA[เชิดพงษ์ เปิดวิสัยทัศน์หลังรับตำแหน่งประธาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เดินหน้าผลักดันการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมแก้ปัญหาผลผลิตตกต่ำ นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ เปิดวิสัยทัศน์หลังรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลคนใหม่ เดินหน้าผลักดันการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ป้องกันผลกระทบระยะยาว ชี้การแก้ปัญหาเรื่องผลผลิตอ้อยต่อไร่ต่ำยังทำได้ช้า แนะรัฐจัดสรรงบอุดหนุนอย่างจริงจัง พร้อมร่วมวิจัยพัฒนาพันธุ์อ้อยให้มีค่าความหวานสูงขึ้น หวังให้แก่เกษตรกรผู้เพาะปลูกอ้อยมีรายได้ที่ยั่งยืน นายเชิดพงษ์ สิริวิชช์ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยในโอกาสที่เข้ามารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายคนใหม่ว่า เรื่องที่เห็นว่าจะต้องผลักดันให้สอดคล้องกับกระแสของโลก ก็คือเรื่องการยกเลิกการควบคุมราคาน้ำตาลทรายในประเทศ เพราะการควบคุมราคาน้ำตาลทรายในขณะที่ไม่สามารถควบคุมราคาผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบได้ คงไม่เหมาะสมและถูกต้องนัก และถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภายในประเทศ “ผมสนับสนุนการลอยตัวราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศให้เป็นไปตามกลไกของตลาด โดยอิงราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลก เพราะสอดคล้องกับการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ที่จะให้เสรีแก่ประเทศสมาชิกในอาเซียนในด้านของการค้า บริการ และการลงทุน ซึ่งหากราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศของไทยยังถูกควบคุมราคา โดยมีราคาจำหน่ายต่ำกว่าต่างประเทศ ก็จะทำให้มีการซื้อน้ำตาลทรายในประเทศไปจำหน่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น หรือมีการลักลอบนำน้ำตาลทรายไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน อันอาจส่งผลต่อการขาดแคลนน้ำตาลทรายบริโภคภายในประเทศ และเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทยในที่สุด” นายเชิดพงษ์กล่าว ทั้งนี้ การลอยตัวราคาน้ำตาลทรายยังเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทราย ต้องพัฒนาตนเอง เพื่อให้พร้อมรับการแข่งขันอย่างเสรีอีกด้วย โดยจุดอ่อนของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในปัจจุบันก็คือผลผลิตต่อไร่บ้านเรายังต่ำ ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกอ้อยต่อไร่สูง [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-aec-2558/</link>
			</item>
	<item>
		<title>กรุนด์ฟอสทุ่มงบ 10 ล้านบาท เปิดเซอร์วิส แคร์</title>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุนด์ฟอส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งมองว่าในช่วงหลังจากน้ำลด ผู้ประสบภัยหลายคนอาจต้องมองหาตัวช่วยในการจัดการซ่อมแซมปั๊มน้ำที่ถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีปั๊มน้ำระดับโลกภายใต้แบรนด์กรุนด์ฟอส จึงสานต่อความห่วงใยพร้อมให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทุ่มงบการตลาดกว่า 10 ล้านบาท เปิดศูนย์กรุนด์ฟอส เซอร์วิส แคร์ เพิ่มบริการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาปั๊มน้ำที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมกันนี้ยังได้จัดกิจกรรมโรดโชว์นำช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาปั๊มน้ำที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมแจกคู่มือตรวจเช็ค ปั๊มน้ำด้วยตัวเองฟรี สำหรับลูกค้าผู้ประสบอุทกภัยทุกคนโดยจะโรดโชว์ที่โฮมโปร 8 สาขา &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ได้แก่ สาขาแจ้งวัฒนะ แฟชั่น ลำลูกกา เอกมัย-รามอินทรา พระราม 2 รังสิต รัตนาธิเบศร์ ราชพฤกษ์ ประเดิมที่แรกสาขาแจ้งวัฒนะ นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมโปรโมชั่นพิเศษกรุนด์ฟอสห่วงใย พร้อมให้บริการ สำหรับปั๊มน้ำอัตโนมัติมอบส่วนลดค่าอะไหล่ทันที 30% และส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อปั๊มน้ำกรุนด์ฟอสใหม่ พร้อมส่วนลดเพิ่มอีก 500 บาททันที เมื่อนำเครื่องปั๊มน้ำกรุนด์ฟอสรุ่นเก่ามาแลกซื้อเครื่องใหม่ เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2555 สำหรับแบรนด์ กรุนด์ฟอสถือเป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตเครื่องสูบน้ำคุณภาพระดับโลก สำหรับการใช้งานทุกประเภท ปัจจุบันมีสาขากว่า 82 แห่ง [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%9a-10-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทาทาลุ้นรัฐช่วยหนุนดันเมกะโปรเจ็กต์ ตอนจบ</title>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ซึ่งเวลานี้ต้องดูปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจของโลกเป็นสำคัญ ซึ่งในส่วนของการขยายกำลังการผลิตเป็น 2 ล้านตัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ในประเทศไม่ใช่ปัญหา เพราะใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่หากจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 ล้านตัน ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเท่ากับว่าเป็นการก่อสร้างโรงงานขึ้นมาใหม่ ที่จะมารีดเหล็กเป็นเหล็กเส้นหรือเหล็กลวด หรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ อย่างเหล็กฉากหรือเหล็กรางน้ำ เป็นต้น ดังนั้นการจะลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทต้องคิดอย่างรอบคอบ นายลาภทวี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมองว่าในปีนี้ความต้องการใช้เหล็กทรงยาว สำหรับการก่อสร้างน่าจะเติบโตอยู่ในระดับ 4-5% และในปีหน้าน่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีก จากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ยังขยายตัวอยู่ ที่จะเป็นปัจจัยให้บริษัทเพิ่มกำลังการผลิตได้ ทั้งนี้จากปัจจัยของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเศษเหล็กที่บริษัทนำมาใช้ในการผลิตเวลานี้อยู่ที่ประมาณ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน หรือราคาในประเทศตกอยู่ราว 14.7 บาทต่อกิโลกรัม กระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นแต่ผู้ผลิตเหล็กไม่สามารถปรับราคาจำหน่ายขึ้นไปตามได้จากปัจจุบันขายอยู่ที่ประมาณ 22 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคาเพดานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;โดยที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการหารือกับทางกระทรวงพาณิชย์มาตลอดเพื่อขอปรับราคา เนื่องจากราคาวัตถุดิบเป็นต้นทุนถึง 70% ประกอบกับนโยบายเพิ่มค่าแรก 300 บาทต่อวัน จะกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งระหว่าง 1-2 เดือนนี้ ทางบริษัทจะติดตามราคาวัตถุดิบในการผลิตเหล็กว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไร และหลังจากนั้นจะหารือกับภาครัฐ เพื่อของปรับราคาเหล็กทรงยาวต่อไป ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายเหล็กประมาณ 26,000 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>Consumer Product Safety Improvement</title>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า ตามที่สหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมาย Consumer Product Safety Improvement เพื่อปรับปรุงการตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าอุปโภคต่างๆที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 คณะกรรมาธิการหน่วยงาน Consumer Product Safety Commission (CPSC) ของสหรัฐฯ ได้เห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของสินค้าสำหรับเด็ก โดยองค์กรบุคคลที่สาม (Third Party Testing and Certification) ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 102 ของกฎหมายดังกล่าว กฎหมาย Consumer Product Safety Improvement มุ่งเน้นที่จะปรับปรุงการตรวจสอบความปลอดภัยสินค้าอุปโภคต่างๆที่จำหน่ายในสหรัฐฯ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;โดยเฉพาะสินค้าสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งเดิมกำหนดที่จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในช่วงเดือนธันวาคม 2551 – กันยายน 2552 แตกต่างกันตามประเภทของสินค้า อย่างไรก็ตาม CPSC ได้เลื่อนกำหนดเวลาบังคับใช้กฎระเบียบออกไป เป็นตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/consumer-product-safety-improvement/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ซีเกทขยายฐานการผลิตในประเทศไทย</title>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้หลายๆ บริษัทเริ่มจะหวั่นวิตกในการที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป มีหลายๆ บริษัทที่คิดจะย้ายฐานผลิตไปยังประเทศอื่น แต่ไม่ใช่สำหรับทางบริษัทซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ซึ่งล่าสุดได้ เปิดอาคารผลิตหลังใหม่สำหรับการผลิตหัวอ่านเขียน ณ โรงงานซีเกทโคราช โดยโครงการนี้ใช้เงินในการลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารผลิตหลังใหม่ และอุปกรณ์การผลิต โดยคาดว่าโครงการนี้จะมีการจ้างงานใหม่หลายพันตำแหน่ง เมื่อโรงงานดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ และดำเนินการด้วยกำลังการผลิตสูงสุด การลงทุนและการถ่ายโอนเทคโนโลยีชั้นนำ ตลอดจนผลิตภัณฑ์อันทันสมัย มายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่องของซีเกท แสดงถึงคำมั่นที่จะยังคงรักษาไว้ซึ่งฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของเราที่นี่ ซีเกทจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ และชุมชนต่างๆ เพื่อนำมาซึ่งการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการลงทุนใหม่ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;โดยซีเกทจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตหัวอ่าน เขียน จากปัจจุบันขึ้นถึง 40% เมื่อเราดำเนินงานด้วยกำลังการผลิตสูงสุด ถึงแม้น้ำท่วมในครั้งนี้จะทำให้นักลงทุนหลายๆคนขาดความเชื่อมั่นไปบ้าง แต่อย่างไรก็ดี ไม่เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่น เนื่องจากปัญหาต่างๆ ซึ่งหากทางรัฐไม่รีบหาทางแก้ปัญหานี้ เชื่อว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้หากมีเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ทาทาลุ้นรัฐช่วยหนุนดันเมกะโปรเจ็กต์ ตอนแรก</title>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#8221;ทาทา สตีล&#8221; พร้อมขยายกำลังการผลิตเหล็กทรงยาว 1.7-2  ล้านตัน รับเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลและธุรกิจก่อสร้างขยายตัวในปี 55  หวังกระตุ้นความต้องการใช้ในประเทศโตกว่า 4-5% หลังซบเซามานาน โดยยังเดินหน้าลงทุนเพิ่มกำลังผลิตเป็น 3 ล้านตันต่อปีในอีก  4 ปีข้างหน้า หากเศรษฐกิจโลกดี ตั้งโรงงานรีดเหล็ก ทำผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นป้อนเสริมตลาด ส่งสัญญาณราคาเหล็กอาจปรับรอดูราคาวัตถุดิบในอีก 1-2 เดือน นายลาภทวี เสนะวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นรายใหญ่สุดในประเทศไทย เปิดเผยกับ &#8220;ฐานเศรษฐกิจ&#8221; ถึงทิศทางการดำเนินงานว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการผลักดันโครงการขนาดใหญ่อย่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าในหลายเส้นทางตามที่ได้หาเสียไว้ เนื่องจากจะมีผลต่อการความต้องการใช้เหล็กในประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมาความต้องการใช้เหล็กเติบโตอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก โดยเหล็กทรงยาว(เหล็กก่อสร้างและเหล็กลวด)มีความต้องการประมาณ 5-5.5 ล้านตันต่อปี แต่มีกำลังการผลิตสูงถึง 8 ล้านตัน ทำให้เหล็กล้นตลาดอยู่ในเวลานี้ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ซึ่งหากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงได้ ในปีหน้าทางบริษัทจะปรับเป้ากำลังการผลิตขึ้นเป็น 1.7 ล้านตัน จากบริษัทย่อย 3 บริษัท ที่มีอยู่ ได้แก่ บริษัท เหล็กสยาม(2001) จำกัด [...]]]></description>
		<link>http://www.sebringsystems.com/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
			</item>
</channel>
</rss>

